จดชื่อบริษัทเรียบร้อยแล้ว แปลว่าชื่อแบรนด์และโลโก้ได้รับความคุ้มครองเป็นเครื่องหมายการค้าแล้วหรือยัง?
หลายคนเริ่มธุรกิจด้วยการจองชื่อและจดทะเบียนบริษัท พอได้รับหนังสือรับรองนิติบุคคลก็เข้าใจว่าไม่มีใครนำชื่อเดียวกันหรือคล้ายกันไปใช้กับสินค้าได้แล้ว
แต่ “ทะเบียนบริษัท” กับ “ทะเบียนเครื่องหมายการค้า” เป็นคนละระบบและมีวัตถุประสงค์ต่างกันครับ
วันนี้ ผมสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ
ทะเบียนบริษัทดูเรื่องอะไร?
เป็นกระบวนการจัดตั้งและบันทึกข้อมูลนิติบุคคล เช่น ชื่อบริษัท ที่ตั้ง กรรมการ ทุน และวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ
การที่ชื่อผ่านการจดทะเบียนนิติบุคคล จึงไม่ได้หมายความอัตโนมัติว่าชื่อนั้นผ่านหลักเกณฑ์การรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว
ทะเบียนเครื่องหมายการค้าดูเรื่องอะไร?
เป็นการขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายที่ใช้แยกสินค้า หรือบริการของคุณออกจากของบุคคลอื่น โดยต้องพิจารณาหลายเรื่อง เช่น
1. เครื่องหมายมีลักษณะบ่งเฉพาะหรือไม่
2. มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่
3. เหมือนหรือคล้ายเครื่องหมายของผู้อื่นจนเป็นปัญหาหรือไม่
4. ยื่นไว้ในจำพวกและรายการสินค้า/บริการใด
ตัวอย่างที่เจ้าของธุรกิจพลาดได้
คุณอาจจดบริษัทชื่อหนึ่งได้ แต่เมื่อยื่นชื่อเดียวกันเป็นเครื่องหมายการค้า อาจพบเครื่องหมายเดิมที่ใกล้เคียงในสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้อง หรือชื่ออาจขาดลักษณะบ่งเฉพาะตามเกณฑ์กฎหมาย
หากลงทุนทำป้าย ร้านค้า บรรจุภัณฑ์ เว็บไซต์ และโฆษณาไปก่อน ก็อาจต้องกลับมาประเมินหรือปรับแบรนด์ภายหลังครับ
ก่อนใช้ชื่อแบรนด์จริง ควรทำอะไร?
1. แยกให้ชัดว่าอะไรคือชื่อนิติบุคคล ชื่อร้าน และเครื่องหมายที่ใช้กับสินค้า
2. ตรวจค้นทั้งคำไทย ภาษาอังกฤษ และรูปแบบการออกเสียงที่ใกล้เคียง
3. ระบุสินค้าและบริการที่จะใช้จริง
4. ประเมินลักษณะบ่งเฉพาะและข้อห้ามตามกฎหมาย
5. วางชื่อสำรองก่อนลงทุนด้านสื่อและบรรจุภัณฑ์จำนวนมาก
จำง่าย ๆ ครับ “จดบริษัท” คือการจัดตั้งนิติบุคคล ส่วน “จดเครื่องหมายการค้า” คืออีกกระบวนการสำหรับเครื่องหมายที่ใช้กับสินค้าและบริการ
หากคุณกำลังตั้งบริษัทหรือสร้างแบรนด์ใหม่ และยังไม่แน่ใจว่าชื่อหรือโลโก้ควรตรวจและยื่นอย่างไร
ปรึกษา PATENTTHAI เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลและวางแนวทางที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ครับ
*ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป ผลการรับจดทะเบียนขึ้นอยู่กับเครื่องหมาย รายการสินค้า/บริการ ข้อเท็จจริง และการพิจารณาตามกฎหมาย