รูปสินค้าสวย ๆ ที่เจอในอินเทอร์เน็ต หยิบมาโพสต์ขายของในร้านเราได้เลยไหม?
หลายร้านเข้าใจว่า ถ้าภาพเปิดดูได้ ดาวน์โหลดได้ หรือมีร้านอื่นใช้กันอยู่แล้ว ก็น่าจะนำมาใช้ได้เหมือนกัน
แต่คำว่า “เห็นบนอินเทอร์เน็ต” ไม่ได้แปลว่า “ได้รับอนุญาตให้ใช้” ครับ
วันนี้ ผมสรุปเรื่องลิขสิทธิ์ภาพสินค้าให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เข้าใจง่าย ๆ
ภาพสินค้าก็อาจมีลิขสิทธิ์
ภาพถ่ายที่เกิดจากการสร้างสรรค์และเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย อาจเป็นงานศิลปกรรมที่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์
เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิในเรื่องสำคัญ เช่น การทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชน
ดังนั้น การบันทึกภาพจากเว็บไซต์แล้วนำไปลงหน้าร้านหรือทำโฆษณา โดยไม่มีสิทธิหรือการอนุญาตที่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดปัญหาลิขสิทธิ์ได้
ภาพมาจากซัพพลายเออร์ ใช้ได้เสมอหรือไม่?
ยังไม่ควรรีบสรุปครับ ควรตรวจให้ชัดว่า
1. ซัพพลายเออร์เป็นเจ้าของภาพเองหรือไม่
2. อนุญาตให้ตัวแทนจำหน่ายใช้ภาพหรือไม่
3. ใช้ได้เฉพาะหน้าร้าน หรือรวมถึงโฆษณาและการดัดแปลงด้วย
4. มีข้อจำกัดเรื่องแพลตฟอร์ม ระยะเวลา หรือพื้นที่หรือไม่
5. มีข้อความ อีเมล หรือข้อตกลงที่เก็บไว้เป็นหลักฐานหรือไม่
ให้เครดิตเจ้าของภาพแล้วพอไหม?
การระบุเครดิตช่วยบอกแหล่งที่มา แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณได้รับสิทธิใช้ภาพโดยอัตโนมัติครับ
หัวใจสำคัญ คือ ต้องตรวจว่าใครเป็นเจ้าของสิทธิ และเงื่อนไขอนุญาตครอบคลุมการใช้เพื่อขายสินค้าหรือโฆษณาของคุณหรือไม่
วิธีลดความเสี่ยงสำหรับร้านออนไลน์
1. ถ่ายภาพสินค้าเองและเก็บไฟล์ต้นฉบับ
2. ขออนุญาตเจ้าของภาพหรือผู้มีสิทธิเป็นลายลักษณ์อักษร
3. หากซื้อภาพหรือใช้คลังภาพ ให้ตรวจใบอนุญาตเชิงพาณิชย์
4. อย่าตัดลายน้ำ ครอปเครดิต หรือแก้ภาพเพื่อให้ดูเหมือนเป็นภาพของร้าน
5. เก็บใบเสร็จ ใบอนุญาต อีเมล และข้อความอนุญาตไว้เป็นระบบ
6. หากจ้างช่างภาพ ควรกำหนดสิทธิในการใช้และขอบเขตงานไว้ให้ชัด
ภาพหนึ่งภาพอาจช่วยปิดการขายได้ แต่ถ้าที่มาของภาพไม่ชัด ก็อาจกลายเป็นต้นทุนและข้อพิพาทที่ร้านไม่ได้เตรียมไว้ครับ
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าภาพที่ร้านใช้อยู่มีสิทธิครอบคลุมเพียงใด หรือต้องการวางแนวทางจัดการลิขสิทธิ์ให้ธุรกิจ
ปรึกษา PATENTTHAI เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลและวางแนวทางที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ครับ
*ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป ผลทางกฎหมายขึ้นกับลักษณะของภาพ เจ้าของสิทธิ การอนุญาต เงื่อนไขใบอนุญาต และข้อเท็จจริงแต่ละกรณี