ใช้ชื่อจริงหรือนามสกุลเป็นชื่อแบรนด์ แล้วเอาไปจดเครื่องหมายการค้าได้เลยไหม?
หลายคนคิดว่า “เป็นชื่อของเราเอง” ก็น่าจะจดได้แน่นอน
แต่ในทางกฎหมาย ความเป็นเจ้าของชื่อกับการผ่านหลักเกณฑ์เครื่องหมายการค้าเป็นคนละเรื่องกันครับ
วันนี้ ผมสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ
ชื่อบุคคลมีโอกาสยื่นได้ แต่ต้องตรวจเงื่อนไข
1. เครื่องหมายต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะตามกฎหมาย
2. ชื่อต้องไม่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการโดยตรง
3. ต้องไม่เป็นเครื่องหมายต้องห้าม
4. ต้องไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่มีสิทธิก่อนหน้า จนอาจทำให้สาธารณชนสับสน
ดังนั้น แม้ชื่อบนแบรนด์จะตรงกับชื่อจริงหรือนามสกุลของคุณ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านการจดทะเบียนโดยอัตโนมัติครับ
ถ้าชื่อยังไม่เด่นพอ ทำอย่างไร?
รูปแบบตัวอักษร การจัดวาง หรือองค์ประกอบภาพ อาจช่วยให้เครื่องหมายมีเอกลักษณ์มากขึ้น แต่ต้องพิจารณาภาพรวมของเครื่องหมายและสินค้าหรือบริการที่ยื่นจริง
ในบางกรณี ชื่อหรือคำที่เดิมยังไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ อาจใช้หลักฐานการใช้ การจำหน่าย หรือการโฆษณาอย่างแพร่หลายเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ถ้ามีลายเซ็นหรือภาพบุคคลด้วยล่ะ?
หากเป็นลายมือชื่อหรือภาพของบุคคลอื่น อาจต้องมีหนังสือยินยอมและเอกสารประกอบตามกรณี ไม่ควรนำมาใช้เพียงเพราะเป็นคนในครอบครัว หุ้นส่วน หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงครับ
เช็ก 5 เรื่องก่อนยื่น
1. จะยื่นเป็นชื่อภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือลายมือชื่อ
2. รูปแบบเครื่องหมายมีจุดที่ทำให้คนจำแหล่งที่มาของสินค้าได้หรือไม่
3. ชื่อสื่อถึงคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการโดยตรงหรือไม่
4. มีเครื่องหมายเดิมที่เหมือนหรือคล้ายอยู่ก่อนหรือไม่
5. หากใช้ชื่อ ลายเซ็น หรือภาพของผู้อื่น มีความยินยอมและเอกสารครบหรือยัง
ชื่อของคุณอาจเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ได้ แต่ก่อนยื่นควรตรวจทั้งรูปแบบเครื่องหมาย รายการสินค้าและบริการ และเครื่องหมายที่มีอยู่ก่อน เพื่อวางคำขอให้เหมาะกับการใช้งานจริง
หากคุณกำลังใช้ชื่อจริง นามสกุล หรือลายเซ็นสร้างแบรนด์ และยังไม่แน่ใจว่าควรยื่นในรูปแบบใด
ปรึกษา PATENTTHAI เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลและวางแนวทางที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ครับ
*การรับจดทะเบียนขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง รูปแบบเครื่องหมาย รายการสินค้าและบริการ และผลการพิจารณาของนายทะเบียนในแต่ละกรณี