ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
เครื่องหมายการค้า 14 Aug 2026

ชื่อแบรนด์ภาษาไทย–อังกฤษ ควรยื่นเครื่องหมายการค้าอย่างไร?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
ชื่อแบรนด์ภาษาไทย–อังกฤษ ควรยื่นเครื่องหมายการค้าอย่างไร?
ชื่อแบรนด์ภาษาไทย–อังกฤษ ควรยื่นเครื่องหมายการค้าอย่างไร?
 
หลายแบรนด์มีชื่อเดียว แต่ใช้จริงถึง 3 แบบ
 
1. ชื่อภาษาไทย
 
2. ชื่อภาษาอังกฤษ
 
3. แบบไทย–อังกฤษอยู่ด้วยกัน
 
หลายคนจึงสงสัยว่า ยื่นไว้เพียงแบบเดียว จะคุ้มครองอีกสองแบบด้วยหรือไม่?
 
วันนี้ ผมสรุปแนวคิดให้เข้าใจง่าย ๆ ครับ
 
แบบที่ 1: ชื่อภาษาไทย
 
เหมาะเมื่อหน้าร้าน ฉลากสินค้า หรือสื่อหลักใช้ชื่อไทยเป็นตัวเด่น ควรตรวจทั้งตัวสะกด คำอ่าน ความหมาย และเครื่องหมายที่ใกล้เคียง
 
แบบที่ 2: ชื่อภาษาอังกฤษ
 
เหมาะเมื่อใช้ชื่ออังกฤษเป็นหลัก เช่น เว็บไซต์ บรรจุภัณฑ์ หรือช่องทางขายต่างประเทศ ในคำขอที่มีคำภาษาต่างประเทศต้องระบุคำอ่านและคำแปลตามแบบคำขอด้วย
 
แบบที่ 3: ไทยและอังกฤษรวมกัน
 
เหมาะเมื่อธุรกิจใช้สองภาษาอยู่ด้วยกันเป็นรูปแบบประจำ แต่หากอนาคตต้องการแยกใช้เฉพาะคำไทยหรือคำอังกฤษ ควรวางแผนให้สอดคล้องกับการใช้งานนั้นด้วย
 
จุดสำคัญที่มักถูกมองข้าม
 
การยื่นชื่อหนึ่งรูปแบบ ไม่ได้หมายความว่าจะครอบคลุมทุกการสะกด ทุกภาษา หรือทุกแบบที่นำไปใช้โดยอัตโนมัติ เพราะการพิจารณายังเกี่ยวข้องกับภาพรวมของเครื่องหมาย ความเหมือนคล้าย และสินค้า/บริการที่ยื่น
 
ก่อนตัดสินใจ ลองตอบ 4 คำถามนี้
 
1. ลูกค้าเห็นชื่อแบบไหนมากที่สุด?
 
2. บนสินค้าและโฆษณาใช้ไทย อังกฤษ หรือใช้คู่กัน?
 
3. มีแผนขายต่างประเทศหรือรีแบรนด์ในอนาคตไหม?
 
4. ได้ตรวจชื่อที่สะกด อ่าน หรือมีความหมายใกล้เคียงแล้วหรือยัง?
 
ชื่อแบรนด์มีหลายเวอร์ชันได้ แต่แผนยื่นควรเริ่มจาก “สิ่งที่ใช้จริง” และ “สิ่งที่ธุรกิจต้องการรักษาไว้” ไม่ใช่เลือกจากความสวยเพียงอย่างเดียวครับ
 
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าควรยื่นชื่อภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือแบบผสม
 
ปรึกษา PATENTTHAI เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลและวางแนวทางที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ครับ
 
💬 LINE: @patentthai
📘 Facebook: PATENTTHAI
📞 Tel: 085-498-2997
 
*เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับเครื่องหมาย รายการสินค้า/บริการ และข้อเท็จจริงของแต่ละคำขอ
 
บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี