โลโก้สวย ไม่ได้แปลว่าจะจดเครื่องหมายการค้าได้เสมอไป
หลายคนเริ่มทำแบรนด์ด้วยการจ้างออกแบบโลโก้ จ่ายค่าบรรจุภัณฑ์ ทำป้ายร้าน
และเปิดเพจเรียบร้อยแล้ว ถึงค่อยนำชื่อหรือโลโก้ไปตรวจ
แต่ถ้าพบทีหลังว่าเครื่องหมายมีปัญหา ต้นทุนที่เสียอาจไม่ใช่แค่ค่าจดทะเบียน
แต่อาจรวมถึงค่าออกแบบใหม่ ป้ายใหม่ แพ็กเกจใหม่ และเวลาที่ใช้สร้างการจดจำแบรนด์ไปแล้วด้วย
วันนี้ ผมสรุป 3 ด่านสำคัญที่ควรตรวจ ก่อนยื่นจดเครื่องหมายการค้าให้เข้าใจง่าย ๆ ครับ
ด่านที่ 1 ต้องมี “ลักษณะบ่งเฉพาะ”
1. เครื่องหมายควรช่วยให้ผู้บริโภคแยกสินค้าหรือบริการของคุณออกจากรายอื่นได้
2. ไม่ควรเป็นคำที่บอกลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการโดยตรงเพียงอย่างเดียว
3. ชื่อที่สร้างสรรค์หรือองค์ประกอบที่จดจำได้ อาจช่วยให้เครื่องหมายมีเอกลักษณ์ชัดขึ้น
พูดง่าย ๆ คือ โลโก้อาจดูสวยมาก
แต่ถ้าคำหรือองค์ประกอบที่ใช้ยังไม่ช่วยบอกว่าเป็นแบรนด์ของใคร ก็อาจมีประเด็นให้ต้องพิจารณาเพิ่มเติม
ด่านที่ 2 ต้องไม่เป็นเครื่องหมายต้องห้าม
กฎหมายกำหนดเครื่องหมายบางลักษณะที่ไม่สามารถรับจดทะเบียนได้
เช่น เครื่องหมายที่เกี่ยวข้องกับตราราชวงศ์ ตราแผ่นดิน หรือเครื่องหมายที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี
เพราะฉะนั้น การเลือกสัญลักษณ์จากอินเทอร์เน็ตมาใช้เพียงเพราะดูน่าเชื่อถือ อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยครับ
ด่านที่ 3 ต้องไม่เหมือนหรือคล้ายเครื่องหมายที่จดไว้ก่อน
1. ตรวจทั้งชื่อ คำอ่าน รูปภาพ และภาพรวมของเครื่องหมาย
2. ดูให้ตรงกับสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้อง
3. อย่าตรวจเฉพาะคำที่สะกดเหมือนกัน เพราะความคล้ายอาจเกิดจากเสียงเรียก รูปลักษณ์ หรือองค์ประกอบโดยรวมได้
กรมทรัพย์สินทางปัญญามีระบบสำหรับตรวจค้นเครื่องหมายเบื้องต้น
แต่ผลค้นเบื้องต้นไม่ใช่คำรับรองว่าคำขอจะผ่านการจดทะเบียน
เพราะนายทะเบียนยังต้องพิจารณารายละเอียดของคำขอและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ก่อนลงทุนกับแบรนด์ ควรเช็กอะไรบ้าง?
1. ชื่อและโลโก้มีเอกลักษณ์เพียงพอหรือไม่
2. มีองค์ประกอบที่อาจเป็นเครื่องหมายต้องห้ามหรือไม่
3. มีเครื่องหมายเดิมที่เหมือนหรือคล้ายอยู่ก่อนหรือไม่
4. ระบุจำพวกและรายการสินค้าหรือบริการตรงกับธุรกิจหรือไม่
5. วางแผนว่าจะใช้เครื่องหมายกับสินค้า บริการ หรือช่องทางใดบ้าง
โลโก้ที่ดีจึงไม่ใช่แค่สวยและจำง่าย แต่ควรผ่านการตรวจสอบว่าเหมาะกับการขอความคุ้มครองและแผนธุรกิจของคุณด้วย
หากคุณกำลังจะเปิดแบรนด์ใหม่ หรือมีชื่อและโลโก้แล้วแต่ยังไม่แน่ใจว่าควรตรวจอะไรบ้าง
ปรึกษา PATENTTHAI เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลและวางแนวทางที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ครับ