ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
สิทธิบัตร 12 Aug 2026

“คนคิดสิ่งประดิษฐ์” ต้องเป็น “คนยื่นคำขอสิทธิบัตร” เสมอไปไหม?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
“คนคิดสิ่งประดิษฐ์” ต้องเป็น “คนยื่นคำขอสิทธิบัตร” เสมอไปไหม?
“คนคิดสิ่งประดิษฐ์” ต้องเป็น “คนยื่นคำขอสิทธิบัตร” เสมอไปไหม?
 
หลายทีมเริ่มจากไอเดียของผู้ก่อตั้ง พัฒนาต่อโดยพนักงาน และใช้เงินของบริษัท
 
แต่พอถึงวันยื่นคำขอ กลับไม่แน่ใจว่าควรใส่ชื่อใครเป็นผู้ประดิษฐ์ และใครเป็นผู้ขอ
 
สองบทบาทนี้เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียวกันทุกกรณีครับ วันนี้ ผมสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ
 
ผู้ประดิษฐ์ คือใคร?
 
โดยหลักคือบุคคลที่มีส่วนสร้างแนวคิดทางเทคนิคของการประดิษฐ์ หากมีหลายคนร่วมกันประดิษฐ์ ก็อาจมีสิทธิขอรับสิทธิบัตรร่วมกัน
 
แล้วใครเป็นผู้มีสิทธิยื่นคำขอ?
 
1. โดยหลัก ผู้ประดิษฐ์เป็นผู้มีสิทธิขอรับสิทธิบัตร
 
2. สิทธิขอรับสิทธิบัตรสามารถโอนไปยังบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นได้ แต่การโอนต้องทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้โอนกับผู้รับโอน
 
3. สิทธินี้สามารถตกทอดทางมรดกได้
 
4. หากเป็นการประดิษฐ์ที่เกิดจากการจ้างงานหรือสัญญาที่มีวัตถุประสงค์ให้ประดิษฐ์ สิทธิอาจเป็นของนายจ้างหรือผู้ว่าจ้าง
 
เว้นแต่สัญญากำหนดไว้ต่างออกไป ทั้งนี้ต้องดูข้อเท็จจริงและเงื่อนไขตามกฎหมายประกอบ
 
จุดที่ธุรกิจมักพลาด
 
การเป็นคนออกเงิน เป็นเจ้าของบริษัท หรือจัดหาอุปกรณ์ให้ทีม ไม่ได้ตอบเรื่องสิทธิยื่นคำขอได้ครบทุกกรณี
 
หากบทบาทของแต่ละคนและเอกสารสิทธิยังไม่ชัด อาจเกิดข้อโต้แย้งภายหลังได้
 
ก่อนยื่นคำขอ ควรเช็กให้ครบ
 
1. ใครบ้างมีส่วนสร้างแนวคิดทางเทคนิคของสิ่งประดิษฐ์
 
2. งานนั้นเกิดขึ้นภายใต้สัญญาจ้างหรือขอบเขตงานแบบใด
 
3. มีข้อตกลงเรื่องสิทธิในผลงานไว้หรือไม่
 
4. หากมีการโอนสิทธิ มีหนังสือโอนที่ลงนามครบหรือยัง
 
5. ชื่อผู้ประดิษฐ์ ผู้ขอ และหลักฐานประกอบสอดคล้องกันหรือไม่
 
จำง่าย ๆ ว่า “ผู้ประดิษฐ์” บอกว่าใครมีส่วนสร้างการประดิษฐ์
 
ส่วน “ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ” ต้องดูฐานสิทธิ สัญญา และเอกสารประกอบด้วย
 
หากคุณกำลังพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ร่วมกับทีม หรือยังไม่แน่ใจว่าควรยื่นในชื่อบุคคลหรือบริษัท
 
ปรึกษา PATENTTHAI เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลและวางแนวทางที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ครับ
 
🌐 Website: patentthai.com
💬 LINE: @patentthai
📞 Tel: 085-498-2997
 
*ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป การพิจารณาสิทธิจริงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง สัญญา และเอกสารของแต่ละกรณี
 
บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี