ความลับทางการค้า ไม่ได้ลับเพราะเราเรียกว่าลับ
หลายธุรกิจมีสูตร รายชื่อลูกค้า ต้นทุน แผนการตลาด หรือวิธีทำงานที่ไม่อยากให้คู่แข่งรู้
แล้วเขียนบนไฟล์ว่า “เป็นความลับ” พร้อมคิดว่าแค่นี้ข้อมูลจะเป็นความลับทางการค้าโดยอัตโนมัติ
ความจริงต้องดูมากกว่าป้ายครับ
โดยหลัก ข้อมูลที่จะได้รับการคุ้มครองในฐานะความลับทางการค้า ต้องยังไม่เป็นที่รู้จักหรือเข้าถึงได้โดยทั่วไปในกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง มีคุณค่าทางการค้าเพราะข้อมูลนั้นเป็นความลับ และเจ้าของหรือผู้ควบคุมข้อมูลมีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาความลับ
คำสำคัญคือ “มีมาตรการจริง” ไม่ใช่เพียงเรียกข้อมูลนั้นว่าความลับ
ตัวอย่างสิ่งที่ธุรกิจควรทำ
1. แยกว่าข้อมูลใดเป็นข้อมูลลับ และลับระดับไหน
2. จำกัดสิทธิ์ให้เฉพาะคนที่จำเป็นต้องใช้
3. ตั้งรหัสผ่าน แยกที่เก็บ และเก็บประวัติการเข้าถึง
4. ทำข้อตกลงรักษาความลับกับพนักงาน คู่ค้า และผู้รับจ้าง
5. ถอนสิทธิ์เข้าถึงทันทีเมื่อเปลี่ยนหน้าที่หรือออกจากงาน
6. อบรมคนในองค์กรว่าอะไรส่งต่อได้ อะไรส่งต่อไม่ได้
สัญญารักษาความลับ จึงมีประโยชน์ แต่ไม่ใช่ไม้กายสิทธิ์
หากเซ็นเอกสารแล้วทุกคนยังเปิดไฟล์ได้ ส่งต่อกันในแชต หรือไม่มีระบบควบคุมเลย
เมื่อเกิดข้อพิพาทก็อาจอธิบายได้ยากว่าธุรกิจรักษาข้อมูลนั้นเป็นความลับอย่างเหมาะสมจริง
ลองถามตัวเองวันนี้ว่า ถ้าต้องแสดงหลักฐาน เราบอกได้ไหมว่าใครเข้าถึงข้อมูลได้ เข้าถึงเมื่อไร และองค์กรป้องกันการรั่วไหลอย่างไร
การวางระบบตั้งแต่ก่อนข้อมูลหลุด ย่อมดีกว่าตามแก้หลังความลับออกไปถึงคู่แข่งแล้ว
หากต้องการตรวจแนวทางคุ้มครองข้อมูลลับ สัญญารักษาความลับ (NDA) หรือทรัพย์สินทางปัญญาของธุรกิจ
ปรึกษา PATENTTHAI ได้ครับ