เสียงจิงเกิล จดเป็นเครื่องหมายการค้าได้ไหม?
หลายแบรนด์ไม่ได้ทำให้ลูกค้าจำได้จากชื่อหรือโลโก้เท่านั้นครับ
บางครั้งแค่เสียงเปิดแอป เสียงก่อนโฆษณา หรือทำนองสั้น ๆ ดังขึ้น คนก็รู้ทันทีว่าเป็นแบรนด์ไหน
คำถามคือ…เสียงแบบนี้ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไทยได้หรือไม่?
คำตอบคือ “ยื่นจดได้” แต่ไม่ใช่ว่าเสียงทุกเสียงจะรับจดทะเบียนได้ครับ
วันนี้ ผมสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ 
คือเสียงที่ใช้ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมาย เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำและแยกสินค้า หรือบริการของเจ้าของรายหนึ่งออกจากรายอื่น ตัวอย่างเช่น
1. ทำนองจิงเกิลสั้น ๆ ของแบรนด์
2. เสียงเปิดหรือปิดแอปพลิเคชัน
3. ลำดับเสียงเฉพาะที่ใช้ในโฆษณา
4. เสียงประจำบริการที่ลูกค้าเชื่อมโยงกับแหล่งที่มาได้
แล้วเสียงแบบไหนมีโอกาสผ่านการพิจารณา?
เสียงนั้นควรมีลักษณะบ่งเฉพาะ ช่วยให้ผู้บริโภคจดจำแหล่งที่มาของสินค้า หรือบริการได้
หากเป็นเสียงธรรมชาติของสินค้า หรือเป็นเสียงที่บอกลักษณะและคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง อาจขาดลักษณะบ่งเฉพาะ
นอกจากนี้ยังต้องไม่เป็นเครื่องหมายต้องห้าม และไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของบุคคลอื่นจนทำให้สาธารณชนสับสน
ก่อนยื่นควรเตรียมอะไร?
1. ไฟล์บันทึกเสียงที่ชัดเจนและตรงกับเสียงที่ต้องการคุ้มครอง
2. คำบรรยายลักษณะของเสียง
3. ภาพแทนเสียงตามรูปแบบที่เกี่ยวข้อง เช่น โน้ตดนตรีหรือรูปคลื่นเสียง เมื่อเหมาะสม
4. รายการสินค้าและบริการที่ใช้เสียงนั้นจริง
5. หลักฐานสิทธิในทำนอง ไฟล์เสียง และการว่าจ้างผู้สร้างสรรค์
เรื่องสำคัญที่หลายแบรนด์มองข้าม
การจด “เครื่องหมายเสียง” กับ “ลิขสิทธิ์เพลงหรือสิ่งบันทึกเสียง” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
เครื่องหมายการค้าเน้นการใช้เสียงเพื่อบอกแหล่งที่มาของสินค้าและบริการ ส่วนลิขสิทธิ์เกี่ยวข้องกับสิทธิในผลงานสร้างสรรค์และสิ่งบันทึกเสียง
ดังนั้น หากจ้างคนแต่งจิงเกิล ควรตรวจสัญญาและความเป็นเจ้าของสิทธิให้ชัดก่อนนำเสียงไปใช้หรือยื่นคำขอ
สรุปสั้น ๆ เสียงสามารถเป็นทรัพย์สินของแบรนด์ได้ หากมีเอกลักษณ์ ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมาย และผ่านเงื่อนไขตามกฎหมาย
หากคุณมีเสียงจิงเกิลหรือเสียงประจำแบรนด์ และยังไม่แน่ใจว่าควรยื่นอย่างไร
ทัก PATENTTHAI เพื่อปรึกษาและวางแนวทางคุ้มครองให้เหมาะกับธุรกิจของคุณครับ
*เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับตัวเครื่องหมาย รายการสินค้า/บริการ และข้อเท็จจริงของแต่ละคำขอ