ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
เครื่องหมายการค้า 12 Aug 2026

เครื่องหมายการค้าถูกปฎิเสธ ยังมีทางไปต่อไหม?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
เครื่องหมายการค้าถูกปฎิเสธ ยังมีทางไปต่อไหม?
เครื่องหมายการค้าถูกปฏิเสธ ยังมีทางไปต่อไหม?
 
หลายคนได้รับหนังสือจากนายทะเบียนแล้วตกใจ คิดว่าแบรนด์นี้ “จดไม่ได้แล้ว” และต้องเริ่มใหม่ทันที
 
แต่คำสั่งปฏิเสธไม่จำเป็นต้องเป็นจุดจบครับ สิ่งสำคัญคือ ต้องอ่านให้ชัดว่าปฏิเสธด้วยเหตุอะไร และอย่าปล่อยกำหนดเวลาให้ผ่านไป
 
วันนี้ ผมสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ 
 
ขั้นแรก อ่านเหตุปฏิเสธให้ตรงจุด
 
เหตุที่พบได้อาจเกี่ยวกับ
 
1. เครื่องหมายไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ
 
2. มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย
 
3. เหมือนหรือคล้ายเครื่องหมายของบุคคลอื่น
 
4. รายการสินค้าหรือรายละเอียดคำขอต้องแก้ไข
 
แต่ละเหตุใช้แนวทางชี้แจงและหลักฐานไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรนำคำอุทธรณ์ของคนอื่นมาเปลี่ยนชื่อแล้วใช้ทันที
 
ขั้นต่อมา เช็กกำหนดเวลา
 
ตามกฎหมาย ผู้ขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง
 
หากไม่อุทธรณ์หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งภายในกำหนด แล้วแต่กรณี อาจถือว่าละทิ้งคำขอได้
 
แล้วควรทำอะไรต่อ?
 
1. ตรวจเลขคำขอ วันที่รับหนังสือ และวันสุดท้ายของกำหนดเวลา
 
2. แยกให้ชัดว่าเป็นคำสั่งให้แก้ไข หรือคำสั่งปฏิเสธที่ต้องอุทธรณ์
 
3. วิเคราะห์ข้อกฎหมายที่นายทะเบียนอ้าง
 
4. เปรียบเทียบเครื่องหมาย รูปลักษณ์ เสียงเรียกขาน และรายการสินค้า/บริการ
 
5. เตรียมคำอธิบายและหลักฐานให้ตอบเหตุปฏิเสธโดยตรง
 
6. ตรวจแบบคำอุทธรณ์และค่าธรรมเนียมให้ตรงประเภทคำสั่ง
 
สิ่งที่ไม่ควรทำ
 
อย่ารีบเปลี่ยนโลโก้หรือยื่นคำขอใหม่ โดยยังไม่ประเมินผลต่อคำขอเดิม และอย่ารอจนใกล้ครบกำหนด เพราะการจัดเหตุผลและหลักฐานต้องใช้เวลา
 
สรุปสั้น ๆ ครับ “ถูกปฏิเสธ” ไม่ได้แปลว่าไม่มีทางแก้เสมอไป แต่ต้องดูเหตุในหนังสือแจ้ง เลือกวิธีดำเนินการให้ถูก และรักษากำหนดเวลา 60 วันอย่างเคร่งครัด
 
หากคุณได้รับหนังสือปฏิเสธหรือคำสั่งให้แก้ไขคำขอเครื่องหมายการค้า และยังไม่แน่ใจว่าควรดำเนินการอย่างไร
 
ทัก PATENTTHAI เพื่อให้ช่วยตรวจคำสั่งและวางแนวทางที่เหมาะกับคำขอของคุณ
 
💬 LINE: @patentthai
📘 Facebook: PATENTTHAI
📞 Tel: 085-498-2997
 
*เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และดุลพินิจตามกฎหมายในแต่ละกรณี
 
บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี