เช็กก่อนจด! เครื่องหมายการค้า ลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธ ก่อนเสียเวลาและค่าใช้จ่าย
"ยื่นจดเครื่องหมายการค้าไปแล้ว แต่นายทะเบียนสั่งปฏิเสธ" คือ ฝันร้ายที่เจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยต้องเจอ
เพราะการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่ใช่แค่ "ส่งคำขอแล้วรอผล" แต่มีเงื่อนไขทางกฎหมายที่ต้องผ่านให้ได้ก่อน
หากไม่ตรวจสอบให้ดีตั้งแต่ต้น สิ่งที่เสียไปไม่ใช่แค่ค่าธรรมเนียมยื่นคำขอ แต่รวมถึงเวลาหลายเดือนที่ต้องรอผลพิจารณา
และโอกาสทางธุรกิจที่อาจเสียให้คู่แข่งไปก่อน
บทความนี้จะพาไปดูว่า "ก่อนยื่นจดเครื่องหมายการค้า" ต้องเช็กอะไรบ้าง
พร้อมอ้างอิงมาตราในพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
เพื่อให้เจ้าของแบรนด์วางแผนได้อย่างมั่นใจก่อนยื่นจริง
ปัญหา : ทำไมเครื่องหมายการค้าถึงถูกปฏิเสธ
จากประสบการณ์ของผู้ให้บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา
สาเหตุหลักที่คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าถูกนายทะเบียนปฏิเสธ มักมาจาก 3 เรื่องนี้
1. ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ เครื่องหมายที่ใช้คำทั่วไป คำที่บรรยายคุณสมบัติหรือคุณภาพของสินค้าโดยตรง
หรือเป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในทางการค้า มักถูกปฏิเสธเพราะไม่สามารถทำให้ผู้บริโภคแยกแยะสินค้าของเจ้าของแบรนด์ออกจากสินค้าของรายอื่นได้
2. เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่จดทะเบียนไว้แล้ว หลายกรณีเจ้าของแบรนด์ไม่ได้ตรวจสอบฐานข้อมูลก่อนยื่น
ทำให้พบภายหลังว่ามีผู้อื่นจดทะเบียนเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกันไว้ก่อนแล้ว ในสินค้าจำพวกเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน
3. ยื่นผิดจำพวกสินค้า/บริการ การจัดกลุ่มสินค้าและบริการมีทั้งหมด 45 จำพวกตามระบบสากล (Nice Classification)
หากระบุจำพวกหรือรายการสินค้าไม่ตรงกับที่ใช้จริง อาจทำให้ความคุ้มครองไม่ครอบคลุม หรือถูกปฏิเสธจากการชนกับเครื่องหมายอื่นในจำพวกเดียวกัน
ผลกระทบที่ตามมาไม่ใช่แค่ต้องยื่นคำขอใหม่ แต่รวมถึงการเสียค่าธรรมเนียมซ้ำ เสียเวลารอกระบวนการพิจารณาอีกหลายเดือน
และในกรณีที่แย่ที่สุดคือธุรกิจอาจถูกฟ้องละเมิดเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว หากนำเครื่องหมายไปใช้ก่อนตรวจสอบสิทธิ์ของผู้อื่น
ทางแก้ : 4 ข้อที่ต้องเช็กก่อนยื่นจดเครื่องหมายการค้า
ก่อนยื่นคำขอจดทะเบียน เจ้าของแบรนด์ควรตรวจสอบเครื่องหมายการค้าของตัวเองใน 4 ประเด็นหลัก
ซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534
ที่กำหนดว่าเครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้ต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะ ไม่มีลักษณะต้องห้าม และไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่จดทะเบียนไว้แล้ว
1. มีผู้จดทะเบียนไว้แล้วหรือไม่?
ตรวจสอบฐานข้อมูลเครื่องหมายการค้าของกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่ามีผู้อื่นยื่นจดหรือจดทะเบียนเครื่องหมายที่เหมือนหรือใกล้เคียงกับที่ต้องการใช้ไว้ก่อนแล้วหรือไม่
เพราะตามมาตรา 6 (3) เครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่บุคคลอื่นได้จดทะเบียนไว้แล้วจะไม่ได้รับการจดทะเบียน
2. มีความเหมือนหรือคล้ายกับผู้อื่นหรือไม่?
แม้เครื่องหมายจะไม่ตรงกันทุกตัวอักษร แต่หากมีความคล้ายคลึงจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า
ก็อาจถูกปฏิเสธได้เช่นกัน ตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 13 ซึ่งพิจารณาทั้งรูปลักษณ์ การออกเสียง และความหมายของเครื่องหมายประกอบกัน
3. อยู่ในจำพวกสินค้าที่ถูกต้องหรือไม่?
การระบุจำพวกและรายการสินค้า/บริการให้ตรงกับธุรกิจจริงเป็นเรื่องสำคัญ
เพราะความคุ้มครองตามกฎหมายจะจำกัดอยู่เฉพาะจำพวกและรายการที่จดทะเบียนไว้เท่านั้น
การเลือกจำพวกผิดอาจทำให้เครื่องหมายไม่ได้รับความคุ้มครองในส่วนที่ธุรกิจต้องการจริง หรือไปชนกับเครื่องหมายผู้อื่นในจำพวกเดียวกันโดยไม่จำเป็น
4. มีลักษณะบ่งเฉพาะและไม่มีลักษณะต้องห้ามหรือไม่?
เครื่องหมายต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา 7 กล่าวคือ ต้องทำให้ประชาชนหรือผู้ใช้สินค้าทราบและเข้าใจได้ว่าสินค้านั้นแตกต่างจากสินค้ารายอื่น
และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 เช่น ตราแผ่นดิน ธงชาติ พระบรมฉายาลักษณ์ เครื่องหมายราชการ หรือเครื่องหมายที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี
การตรวจสอบทั้งสองประเด็นนี้ก่อนยื่นจะช่วยประเมินโอกาสผ่านการพิจารณาได้แม่นยำขึ้น
ทำไมการ "ตรวจค้นก่อน" ถึงสำคัญ?
การตรวจค้นเครื่องหมายการค้า (Trademark Search) ก่อนยื่นคำขอ ช่วยให้เจ้าของแบรนด์เห็นภาพรวมว่าเครื่องหมายที่ต้องการใช้มีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด
และสามารถปรับแก้เครื่องหมายหรือกลยุทธ์การยื่นได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนเสียเวลาและค่าใช้จ่ายไปกับคำขอที่มีแนวโน้มถูกปฏิเสธ
ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาจะช่วยตรวจสอบทั้งความเหมือนคล้าย ลักษณะบ่งเฉพาะ และความถูกต้องของจำพวกสินค้า เพื่อเพิ่มโอกาสจดทะเบียนสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ตรวจสอบเครื่องหมายการค้าก่อนยื่นจดสำคัญอย่างไร?
ช่วยลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธคำขอ ประหยัดเวลาและค่าธรรมเนียมที่ต้องยื่นซ้ำ และลดความเสี่ยงในการถูกฟ้องละเมิดสิทธิ์เครื่องหมายของผู้อื่น
2. เครื่องหมายการค้าแบบไหนไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ?
คำที่บรรยายคุณสมบัติหรือคุณภาพของสินค้าโดยตรง คำสามัญที่ใช้ทั่วไปในการค้าประเภทนั้น หรือชื่อทางภูมิศาสตร์ที่ใช้เรียกแหล่งกำเนิดสินค้า มักถือว่าไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา 7
3. หากเครื่องหมายคล้ายกับผู้อื่นแต่คนละจำพวกสินค้า ยังเสี่ยงถูกปฏิเสธหรือไม่?
ความเสี่ยงจะลดลงหากสินค้าอยู่คนละจำพวกและไม่เกี่ยวข้องกัน แต่หากเครื่องหมายมีชื่อเสียงแพร่หลาย การพิจารณาอาจขยายไปถึงสินค้าต่างจำพวกได้เช่นกัน จึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินเป็นรายกรณี
การเช็กก่อนจดเครื่องหมายการค้าไม่ใช่ขั้นตอนที่ควรมองข้าม เพราะเป็นตัวช่วยลดความเสี่ยง ประหยัดเวลา และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
หากยังไม่แน่ใจว่าเครื่องหมายการค้าของธุรกิจคุณพร้อมยื่นจดหรือยัง ให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจค้นและประเมินโอกาสก่อนตัดสินใจยื่นจริง
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องหมายการค้ากับ PATENTTHAI ได้ที่
● LINE: @patentthai
● Facebook: PATENTTHAI
● โทรศัพท์: 085-498-2997