รู้ไว้ก่อนโดนฟ้อง! รวมความเข้าใจผิดเรื่องลิขสิทธิ์ที่พบบ่อยที่สุด พร้อมคำอธิบายตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 อ่านจบแล้วใช้ผลงานคนอื่นได้อย่างมั่นใจ ไม่เสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว
เคยเป็นแบบนี้ไหม?
เจอรูปสวย ๆ จาก Google แล้วโหลดมาใช้ในโพสต์ขายของ… เอาเพลงจาก YouTube มาใส่เป็นแบ็กกราวด์คลิปรีวิว… หรือหยิบบทความจากเว็บอื่นมา “ปรับนิดหน่อย” แล้วโพสต์เป็นของตัวเอง
ถ้าคุณเคยทำสิ่งเหล่านี้โดยคิดว่า “มันใช้ได้อยู่แล้ว” บทความนี้เขียนมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
เพราะความเข้าใจผิดเรื่องลิขสิทธิ์เหล่านี้ ไม่ได้แค่ทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังอาจนำไปสู่การถูกฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหาย หรือมีความผิดทางอาญาตามกฎหมายไทยได้จริง
ปัญหาคือ… คนส่วนใหญ่ “เข้าใจลิขสิทธิ์ผิด” โดยไม่รู้ตัว
ลิขสิทธิ์เป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจ นักการตลาด ครีเอเตอร์ หรือคนทำคอนเทนต์ ต่างก็ต้องใช้ผลงานของผู้อื่นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นภาพ เพลง วิดีโอ หรือบทความ
แต่ปัญหา คือ หลายคนยึดถือความเชื่อที่ส่งต่อกันมาแบบผิด ๆ เช่น “อยู่บนอินเทอร์เน็ตแล้วใช้ได้ฟรี” หรือ “ดัดแปลงนิดหน่อยไม่ถือว่าละเมิด” ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ไม่ตรงกับตัวบทกฎหมายเลยแม้แต่น้อย
ต่อไปนี้คือ 5 ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด พร้อมคำตอบที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมาตราที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อให้คุณใช้ผลงานของผู้อื่นได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
5 ความเข้าใจผิดเรื่องลิขสิทธิ์ พร้อมคำตอบที่ถูกต้อง
1. เข้าใจผิด : “โพสต์ลงอินเทอร์เน็ตแล้ว ใครก็เอาไปใช้ได้”
ความจริง : การที่เจ้าของผลงานเผยแพร่ภาพ วิดีโอ หรือบทความลงบนอินเทอร์เน็ต ไม่ได้แปลว่าสละสิทธิ์หรือมอบสิทธิ์ในการนำไปใช้ให้ผู้อื่นโดยอัตโนมัติ
การเผยแพร่เป็นเพียงการทำให้สาธารณชนเข้าถึงและรับชมได้เท่านั้น
แต่สิทธิในการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำไปใช้ต่อยังคงเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว หากจะนำไปใช้ต้องขออนุญาตหรือมีสิทธิตามกฎหมายรองรับก่อนเสมอ
มาตราที่เกี่ยวข้อง: มาตรา 15 และมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 กำหนดให้เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่งานต่อสาธารณชน การกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
2. เข้าใจผิด: “ไม่มีสัญลักษณ์ © จึงไม่มีลิขสิทธิ์”
ความจริง : ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติทันทีที่มีการสร้างสรรค์ผลงาน โดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน ไม่ต้องแสดงเครื่องหมาย © และไม่ต้องประกาศแจ้งใด ๆ ทั้งสิ้น
ต่างจากเครื่องหมายการค้าหรือสิทธิบัตรที่ต้องยื่นจดทะเบียนจึงจะได้รับความคุ้มครอง
ดังนั้น แม้ผลงานจะไม่มีสัญลักษณ์ลิขสิทธิ์กำกับ ก็ยังถือว่ามีเจ้าของและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอยู่ดี
มาตราที่เกี่ยวข้อง: มาตรา 6 และมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 บัญญัติให้ความคุ้มครองลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันทีที่สร้างสรรค์งาน โดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องการจดทะเบียนหรือการแสดงเครื่องหมายใด ๆ
3. เข้าใจผิด: “ซื้อผลงานแล้ว = ได้ลิขสิทธิ์ทั้งหมด”
ความจริง : การซื้อผลงาน เช่น ภาพถ่ายสต็อก เพลงประกอบ หรือฟอนต์ โดยทั่วไปแล้วผู้ซื้อจะได้เพียง “สิทธิในการใช้งาน” (License) ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้เท่านั้น
ไม่ได้หมายความว่าได้กรรมสิทธิ์หรือลิขสิทธิ์ทั้งหมดในผลงานนั้น เจ้าของลิขสิทธิ์ยังคงเป็นผู้สร้างสรรค์เดิม
และผู้ซื้อต้องใช้งานให้อยู่ในขอบเขตที่สัญญาอนุญาตกำหนดไว้ เช่น ใช้ได้เฉพาะเชิงพาณิชย์หรือเชิงส่วนตัว จำนวนครั้งที่ใช้ได้ หรือช่องทางที่อนุญาตให้เผยแพร่
มาตราที่เกี่ยวข้อง: มาตรา 15 และมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ว่าด้วยสิทธิแต่ผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์และการโอนสิทธิ ซึ่งการโอนสิทธิบางส่วน (License) ต้องเป็นไปตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน
4. เข้าใจผิด: “ดัดแปลงเพียงเล็กน้อย ไม่ถือว่าละเมิด”
ความจริง : การดัดแปลงผลงาน ไม่ว่าจะมากหรือน้อย เช่น เปลี่ยนสี ครอปภาพ ปรับขนาด หรือแก้ไขข้อความบางส่วน ยังคงถือเป็นการใช้สิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่ดี
หากไม่ได้รับอนุญาตก็ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์เช่นเดียวกับการทำซ้ำทั้งหมด กฎหมายไม่ได้กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำว่าต้องดัดแปลงมากน้อยเพียงใดจึงจะถือว่าละเมิด สิ่งสำคัญคือ “ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหรือไม่”
มาตราที่เกี่ยวข้อง: มาตรา 15 (สิทธิในการดัดแปลง) และมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 กำหนดให้การดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะดัดแปลงมากหรือน้อยก็ตาม
5. เข้าใจผิด : “ใช้เพื่อการศึกษา ใช้ได้ทุกกรณี”
ความจริง : กฎหมายลิขสิทธิ์ไทยมีข้อยกเว้นสำหรับการใช้เพื่อการศึกษา วิจัย วิจารณ์ หรือรายงานข่าวจริง
แต่ข้อยกเว้นนี้ “ไม่ครอบคลุมทุกกรณี” การใช้งานต้องเป็นไปตามสัดส่วนที่เหมาะสม ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา และต้องไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือกระทบสิทธิของเจ้าของเกินสมควร
หากนำไปใช้เพื่อการค้าโดยแอบอ้างว่า “เพื่อการศึกษา” หรือใช้ทั้งหมดของงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ก็ยังถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ได้เช่นกัน
มาตราที่เกี่ยวข้อง: มาตรา 32 และมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 กำหนดเงื่อนไขของข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ไว้อย่างชัดเจน โดยต้องไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ และต้องมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้นด้วย
ก่อนใช้ผลงานของผู้อื่น ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?
การเข้าใจกฎหมายลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง ช่วยลดความเสี่ยงในการใช้ผลงานของผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจละเมิดสิทธิ ก่อนนำผลงานใด ๆ ไปใช้ ควรตรวจสอบ 5 ข้อต่อไปนี้เสมอ:
• เจ้าของลิขสิทธิ์ — ผลงานนี้เป็นของใคร มีผู้สร้างสรรค์ชัดเจนหรือไม่
• ขอบเขตการอนุญาต — อนุญาตให้ใช้ในลักษณะใด เชิงพาณิชย์หรือส่วนตัว
• สัญญาอนุญาตใช้สิทธิ (License) — มีเงื่อนไขการใช้งานอย่างไรบ้าง
• การอ้างอิงแหล่งที่มา — ต้องระบุเครดิตเจ้าของผลงานหรือไม่
• ข้อยกเว้นตามกฎหมาย — เข้าเงื่อนไขข้อยกเว้นตามมาตรา 32-43 หรือไม่
การใช้ผลงานของผู้อื่นควรพิจารณาสิทธิของเจ้าของผลงาน ข้อตกลงการใช้งาน และข้อยกเว้นตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ไม่ควรอาศัยความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากข้อมูลทั่วไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับลิขสิทธิ์
1.ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ต้องจดทะเบียนหรือไม่?
ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติทันทีที่มีการสร้างสรรค์ผลงาน โดยไม่ต้องจดทะเบียนหรือแสดงสัญลักษณ์ใด ๆ ตามมาตรา 6 และมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
2.แชร์รูปจากอินเทอร์เน็ตโดยให้เครดิตเจ้าของ ผิดกฎหมายหรือไม่?
การให้เครดิตอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าได้รับอนุญาต หากเป็นการใช้ทั้งภาพเพื่อวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของ ยังถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา 27 ได้ ควรขออนุญาตหรือใช้ภาพที่มีสัญญาอนุญาตใช้สิทธิ (License) รองรับ
3.ใช้เพลงลิขสิทธิ์เป็นแบ็กกราวด์คลิปสั้น ๆ ถือว่าละเมิดไหม?
ถือว่าละเมิดได้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงนั้น แม้จะใช้เพียงบางส่วนหรือระยะเวลาสั้น ๆ ก็ตาม เนื่องจากสิทธิในการทำซ้ำและเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวตามมาตรา 15
4.หากถูกละเมิดลิขสิทธิ์ สามารถทำอะไรได้บ้าง?
เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถดำเนินการทางกฎหมายทั้งทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย และทางอาญาตามบทลงโทษที่กฎหมายกำหนด รวมถึงขอให้ระงับหรือนำผลงานที่ละเมิดออกจากช่องทางเผยแพร่ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะสมกับกรณีของตน
อย่าปล่อยให้ “ความเข้าใจผิด” กลายเป็นความเสี่ยงทางกฎหมาย
ลิขสิทธิ์เป็นเรื่องที่มีรายละเอียดทางกฎหมายซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิด การใช้ผลงานของผู้อื่นโดยไม่ตรวจสอบให้รอบคอบ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงทั้งทางแพ่งและทางอาญาโดยไม่รู้ตัว
หากคุณกำลังจะใช้ผลงานของผู้อื่น ต้องการตรวจสอบสัญญาอนุญาตใช้สิทธิ วางแผนคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเอง หรือไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ทำอยู่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านลิขสิทธิ์ของ PATENTTHAI พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณในทุกขั้นตอน
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านลิขสิทธิ์ PATENTTHAI ได้ที่ :
• LINE: @patentthai
• Facebook: PATENTTHAI
• โทร: 085-498-2997