เตรียมตัวอย่างไรก่อนปรึกษาทนายความด้านทรัพย์สินทางปัญญา ให้ได้คำตอบที่ตรงจุดที่สุด
นัดปรึกษาทนายความแล้ว แต่ทำไมยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการ?
ผลงานที่คุณคิดค้น สินค้าที่คุณออกแบบ หรือแบรนด์ที่คุณสร้างมากับมือ ล้วนเป็น "ทรัพย์สินทางปัญญา" ที่มีมูลค่าและควรได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
แต่เมื่อถึงเวลาต้องนัดปรึกษาทนายความด้านทรัพย์สินทางปัญญา หลายคนกลับเดินเข้าไปมือเปล่า ตอบคำถามไม่ได้ครบถ้วน สุดท้ายต้องนัดใหม่ เสียทั้งเวลาและโอกาส
ความจริง คือ คุณภาพของคำแนะนำที่ได้รับจากทนายความ ขึ้นอยู่กับ "ข้อมูล" ที่คุณเตรียมไปมากพอ ๆ กับความเชี่ยวชาญของทนายความเอง
บทความนี้จะพาไปดูว่าก่อนเข้าปรึกษาทนายความด้านทรัพย์สินทางปัญญา ควรเตรียมอะไรบ้าง พร้อมอธิบายเหตุผลเชิงกฎหมายที่ทำให้แต่ละข้อมูลสำคัญ
เตรียมตัวไม่พร้อม อาจเสียทั้งเวลาและสิทธิ
ทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร หรือลิขสิทธิ์ ต่างมีเงื่อนไขทางกฎหมายเฉพาะตัวที่ต้อง "พิสูจน์" หรือ "ยืนยัน" ด้วยข้อเท็จจริงและเอกสาร
หากเข้าปรึกษาโดยไม่มีข้อมูลที่ครบถ้วน มักเกิดปัญหาตามมา เช่น
● ทนายความไม่สามารถประเมินได้ว่าเครื่องหมายการค้าของคุณมี "ลักษณะบ่งเฉพาะ" เพียงพอต่อการจดทะเบียนหรือไม่ เพราะไม่เห็นภาพจริงของโลโก้หรือตราสินค้า
● ไม่สามารถระบุได้ว่าสิ่งประดิษฐ์ของคุณยังมี "ความใหม่" อยู่หรือไม่ เพราะไม่ทราบวันที่เริ่มเผยแพร่หรือวางขายสู่สาธารณะ
● ไม่สามารถให้คำแนะนำเรื่องการดำเนินคดีละเมิดสิทธิได้อย่างตรงจุด เพราะไม่มีหลักฐานการใช้งานหรือข้อมูลคู่กรณีประกอบ
● เสียเวลาไปกับการนัดหมายซ้ำหลายรอบ เพียงเพื่อขอเอกสารเพิ่มเติมที่จริง ๆ แล้วเตรียมมาได้ตั้งแต่ครั้งแรก
ที่ร้ายแรงกว่านั้น คือ ทรัพย์สินทางปัญญาบางประเภทมีกรอบเวลาทางกฎหมายที่จำกัด หากเตรียมข้อมูลช้าหรือไม่ครบ อาจทำให้พลาดโอกาสในการยื่นคำขอ หรือสูญเสียสิทธิที่ควรได้รับไปอย่างน่าเสียดาย
8 สิ่งที่ควรเตรียมก่อนเข้าปรึกษา พร้อมเหตุผลทางกฎหมาย
1. รายละเอียดผลงานหรือสินค้า
อธิบายให้ชัดเจนว่าผลงาน สิ่งประดิษฐ์ หรือสินค้าของคุณคืออะไร ทำงานอย่างไร มีจุดเด่นตรงไหน เพราะการพิจารณาว่าเป็นการประดิษฐ์ใหม่ มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น และสามารถประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรมได้หรือไม่ ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 ต้องอาศัยรายละเอียดเชิงเทคนิคที่ครบถ้วนเป็นฐาน
2. เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ไม่ว่าจะเป็นแบบร่าง ภาพวาด สัญญาที่เคยทำไว้ หรือเอกสารทางธุรกิจอื่น ๆ ล้วนช่วยให้ทนายความเห็นภาพรวมและวางแผนคุ้มครองสิทธิได้แม่นยำขึ้น
3. รูปภาพหรือโลโก้เครื่องหมายการค้า
หากต้องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ต้องเตรียมภาพโลโก้หรือตราสินค้าที่ชัดเจน เพื่อให้ทนายความตรวจสอบ "ลักษณะบ่งเฉพาะ" ตามมาตรา 7 และตรวจสอบว่าเข้าข่ายเครื่องหมายต้องห้ามตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบความเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่จดทะเบียนไว้แล้วตามมาตรา 13
4. วันเริ่มใช้งานหรือเผยแพร่
วันที่เริ่มใช้เครื่องหมายการค้าในทางการค้า หรือวันที่เริ่มเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ เป็นข้อมูลสำคัญมาก เพราะกฎหมายสิทธิบัตรถือหลัก "First to File" ผู้ที่ยื่นคำขอก่อนย่อมมีสิทธิดีกว่า ขณะที่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 จะเกิดสิทธิขึ้นทันทีที่มีการสร้างสรรค์ โดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่วันที่สร้างสรรค์ยังคงเป็นหลักฐานสำคัญในการพิสูจน์ความเป็นเจ้าของ
5. ข้อมูลคู่กรณี (ถ้ามี)
หากกำลังเผชิญข้อพิพาทหรือถูกละเมิดสิทธิ ควรเตรียมข้อมูลของอีกฝ่าย เช่น ชื่อ ที่อยู่ ช่องทางการติดต่อ หรือหลักฐานการกระทำที่เข้าข่ายละเมิด เพื่อให้ทนายความประเมินแนวทางดำเนินการได้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการเจรจา การส่งหนังสือแจ้งเตือน หรือการฟ้องร้องตามกฎหมาย
6. คำถามหรือประเด็นที่ต้องการคำแนะนำ
เขียนคำถามที่อยากรู้ให้ชัดเจนล่วงหน้า เช่น ต้องการจดทะเบียนประเภทไหน ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาโดยประมาณ หรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จะช่วยให้การปรึกษาตรงประเด็นและใช้เวลาคุ้มค่าที่สุด
7. หลักฐานการใช้ (ถ้ามี)
เอกสารที่แสดงว่าเคยใช้เครื่องหมายการค้าหรือผลงานนั้นมาก่อน เช่น ใบเสร็จ โฆษณา หรือภาพถ่ายสินค้า มีความสำคัญทั้งในการยื่นคำขอจดทะเบียน และในการต่อสู้คดีกรณีถูกคัดค้านหรือถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิผู้อื่น
8. เป้าหมายทางธุรกิจของคุณ
แจ้งให้ทนายความทราบว่าต้องการคุ้มครองสิทธิ์ไปเพื่ออะไร เช่น ขยายตลาดในประเทศหรือต่างประเทศ ป้องกันคู่แข่งลอกเลียนแบบ หรือเตรียมนำทรัพย์สินทางปัญญาไปสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้คำแนะนำที่ได้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจในระยะยาว
ปรึกษาได้ครอบคลุมทุกด้านทรัพย์สินทางปัญญา
PATENTTHAI ให้คำปรึกษาครอบคลุมประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาทุกด้าน ได้แก่ เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ความลับทางการค้า สัญญาทรัพย์สินทางปัญญา การละเมิดสิทธิ ตลอดจนการบริหารพอร์ตทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับธุรกิจที่มีทรัพย์สินทางปัญญาหลายรายการ
การเตรียมข้อมูลอย่างเป็นระบบก่อนเข้าปรึกษา ช่วยให้ทนายความประเมินข้อเท็จจริงได้แม่นยำ และวางแนวทางคุ้มครองสิทธิ์ได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ
นัดหมายปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญากับ PATENTTHAI
อย่าปล่อยให้ผลงานหรือแบรนด์ที่คุณสร้างมา ไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างที่ควรจะเป็น เตรียมข้อมูลตามแนวทางข้างต้น แล้วนัดหมายปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญากับ PATENTTHAI ได้ตั้งแต่วันนี้
● LINE: @patentthai
● Facebook: PATENTTHAI
● โทร: 085-498-2997