ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ลิขสิทธิ์ 18 Oct 2026

นำไฟล์ลูกค้าไปใช้ฝึก AI ภายในบริษัท ต้องระวังสิทธิอะไรบ้าง?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
นำไฟล์ลูกค้าไปใช้ฝึก AI ภายในบริษัท ต้องระวังสิทธิอะไรบ้าง?

นำไฟล์ลูกค้าไปฝึก AI ภายในบริษัท ต้องระวังสิทธิอะไรบ้าง? สรุปง่าย ๆ ก่อนเสี่ยงโดนฟ้อง

คำตอบสั้น ๆ: บริษัทนำไฟล์ลูกค้าไปฝึก AI ได้ แต่ต้องมีสิทธิใช้ข้อมูลนั้นสำหรับจุดประสงค์ใหม่นี้ก่อน ถ้าไฟล์มีข้อมูลส่วนบุคคล ต้องทำตาม PDPA เช่น แจ้งหรือขอความยินยอม ถ้าไฟล์เป็นผลงานหรือความลับของลูกค้า ต้องดูเรื่องลิขสิทธิ์ ความลับทางการค้า และข้อตกลงในสัญญาด้วย ถ้าไม่เช็กให้ครบ อาจโดนทั้งค่าปรับ คดีความ และเสียความเชื่อใจจากลูกค้า

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญตอนนี้

หลายบริษัทเริ่มสร้าง AI ของตัวเอง เช่น แชตบอตตอบลูกค้า ระบบช่วยร่างเอกสาร หรือเครื่องมือวิเคราะห์งาน วัตถุดิบที่ดีที่สุดก็คือไฟล์ที่มีอยู่แล้วในบริษัท ทั้งอีเมล ใบเสนอราคา สัญญา แบบงาน หรือประวัติการคุยกับลูกค้า

ปัญหาคือ ไฟล์พวกนี้ "อยู่ในมือเรา" แต่ไม่ได้แปลว่า "เราเป็นเจ้าของ" หรือ "ใช้ทำอะไรก็ได้" ลูกค้าส่งไฟล์มาให้เพื่อรับบริการ ไม่ได้ส่งมาให้เอาไปสอน AI

เรื่องที่ 1: ข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

ถ้าไฟล์มีชื่อ เบอร์โทร อีเมล เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ หรือข้อมูลอะไรที่ระบุตัวคนได้ ต้องคิดถึง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ก่อนเลย

หลักสำคัญคือ ใช้ข้อมูลได้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ตอนเก็บ ถ้าตอนเก็บบอกลูกค้าว่า "ใช้เพื่อให้บริการ" แล้ววันนี้จะเอาไปฝึก AI นั่นคือวัตถุประสงค์ใหม่ บริษัทต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับ เช่น แจ้งให้ลูกค้าทราบและขอความยินยอม หรือประเมินว่าเข้าข่ายประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายจริงหรือไม่

ต้องระวังเป็นพิเศษกับ ข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา ประวัติอาชญากรรม หรือข้อมูลชีวภาพ ซึ่งโดยทั่วไปต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง

อีกจุดที่หลายคนลืม คือ ถ้าส่งไฟล์เข้าเครื่องมือ AI ที่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ อาจเข้าข่ายการส่งข้อมูลออกนอกประเทศ ซึ่งมีเงื่อนไขเพิ่มเติมตาม PDPA

ถ้าทำผิด PDPA อาจเจอโทษปรับทางปกครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท บางกรณีมีโทษอาญา และอาจถูกเรียกค่าเสียหายเพิ่มได้

เรื่องที่ 2: ลิขสิทธิ์ในไฟล์ของลูกค้า

ไฟล์ลูกค้าหลายประเภทเป็น "งานอันมีลิขสิทธิ์" เช่น บทความ รูปภาพ งานออกแบบ แบบสถาปัตย์ โค้ดโปรแกรม หรือคู่มือที่ลูกค้าเขียนเอง

การนำไฟล์เหล่านี้ไปคัดลอกเข้าชุดข้อมูลสำหรับฝึก AI อาจถือเป็นการทำซ้ำงานของคนอื่น ถ้าสัญญาไม่ได้ให้สิทธิไว้ ลูกค้าอาจอ้างว่าบริษัทละเมิดลิขสิทธิ์ได้ ยิ่งถ้า AI สร้างผลงานออกมาคล้ายงานต้นฉบับของลูกค้ามาก ความเสี่ยงก็ยิ่งสูง

เรื่องที่ 3: ความลับทางการค้า

ลูกค้าธุรกิจมักส่งข้อมูลสำคัญมาให้ เช่น สูตรการผลิต ต้นทุน แผนการตลาด รายชื่อคู่ค้า หรือรายละเอียดสิ่งประดิษฐ์ที่ยังไม่ได้ยื่นจดสิทธิบัตร

ถ้านำไปฝึก AI แล้ว AI "เผลอ" ตอบข้อมูลเหล่านี้ให้พนักงานคนอื่น หรือแย่กว่านั้นคือให้ลูกค้ารายอื่นเห็น อาจถือว่าเปิดเผยความลับทางการค้าตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 และสำหรับงานสิทธิบัตร การหลุดของข้อมูลก่อนยื่นคำขอ อาจทำให้สิ่งประดิษฐ์เสียความใหม่จนจดสิทธิบัตรไม่ได้เลย

เรื่องที่ 4: สัญญาและ NDA

ก่อนทำอะไร ให้เปิดสัญญากับลูกค้าดูก่อน หลายสัญญามีข้อ "รักษาความลับ" หรือ "ใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ของสัญญานี้เท่านั้น" ถ้าฝ่าฝืน ต่อให้ไม่ผิด PDPA หรือลิขสิทธิ์ ก็ยังผิดสัญญาได้ และอาจต้องจ่ายค่าเสียหายหรือเสียลูกค้าไป

วิธีใช้ไฟล์ลูกค้าฝึก AI ให้ปลอดภัย

1.สำรวจข้อมูลก่อน แยกให้ชัดว่าไฟล์ไหนมีข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลอ่อนไหว งานลิขสิทธิ์ หรือความลับทางการค้า
2.เช็กสัญญาและนโยบายความเป็นส่วนตัว ว่าครอบคลุมการใช้ฝึก AI หรือยัง ถ้ายัง ให้ปรับข้อความและแจ้งลูกค้า
3.ลบหรือปิดบังข้อมูลที่ระบุตัวตน (Anonymize) ก่อนนำไปใช้ ใช้เท่าที่จำเป็นจริง ๆ
4.ขอความยินยอมเมื่อจำเป็น โดยเฉพาะข้อมูลอ่อนไหว
5.เลือกผู้ให้บริการ AI อย่างระวัง ดูว่าเก็บข้อมูลที่ไหน และนำข้อมูลเราไปฝึกโมเดลของเขาเองหรือไม่
6.จำกัดสิทธิ์การเข้าถึง ไม่ให้ AI ดึงข้อมูลลูกค้ารายหนึ่งไปตอบอีกราย
7.ทำนโยบายใช้ AI ภายในบริษัท และอบรมพนักงาน เพราะความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจากการก๊อปไฟล์ไปวางในแชต AI แบบไม่คิด
8.เก็บบันทึกไว้ ว่าใช้ข้อมูลอะไร เพื่ออะไร ใครอนุมัติ ไว้ใช้ชี้แจงหากมีปัญหา

สรุป

AI ช่วยให้ธุรกิจทำงานเร็วขึ้นได้จริง แต่ไฟล์ลูกค้าไม่ใช่ทรัพย์สินที่บริษัทใช้ได้ตามใจ ต้องดูให้ครบ 4 เรื่อง คือ PDPA ลิขสิทธิ์ ความลับทางการค้า และสัญญา วางระบบให้ถูกตั้งแต่ต้นจะประหยัดกว่าแก้ปัญหาทีหลังมาก

หากต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสัญญา นโยบาย PDPA หรือวางแนวทางใช้ข้อมูลกับ AI ให้ถูกกฎหมาย ติดต่อ PATENTTHAI patent & law firm โทร 085-498-2997 หรือ LINE: @patentthai

บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี