ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ลิขสิทธิ์ 15 Oct 2026

ส่งมอบคลิปตัดต่อแล้ว ลูกค้ามีสิทธิขอไฟล์ฟุตเทจดิบทั้งหมดไหม?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
ส่งมอบคลิปตัดต่อแล้ว ลูกค้ามีสิทธิขอไฟล์ฟุตเทจดิบทั้งหมดไหม?

ส่งคลิปตัดต่อแล้ว ลูกค้าขอไฟล์ฟุตเทจดิบทั้งหมดได้ไหม? เข้าใจสิทธิ์ให้ชัดก่อนเกิดปัญหา

คำตอบสั้น ๆ : ขึ้นอยู่กับสัญญาเป็นหลัก ถ้าในสัญญาเขียนไว้ว่าต้องส่งไฟล์ดิบ ลูกค้าก็ขอได้เต็มที่ แต่ถ้าสัญญาไม่ได้พูดถึงเลย เรื่องจะซับซ้อนขึ้น เพราะตามกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย งานที่ "จ้างทำ" ลิขสิทธิ์มักเป็นของผู้ว่าจ้าง เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น แต่การเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ไม่ได้แปลว่าอีกฝ่ายต้องส่งไฟล์ทุกไฟล์ให้เสมอไป ทางที่ดีที่สุดคือเขียนให้ชัดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน

ทำไมเรื่องไฟล์ดิบถึงเป็นปัญหาบ่อย

งานวิดีโอหนึ่งชิ้น คนถ่ายอาจถ่ายมาเป็นร้อยคลิป แต่ใช้จริงในคลิปตัดต่อแค่ไม่กี่นาที พอส่งงานเสร็จ ลูกค้าหลายคนคิดว่า "ฉันจ่ายเงินแล้ว ทุกอย่างที่ถ่ายมาก็ต้องเป็นของฉัน" ส่วนฝั่งช่างภาพหรือโปรดักชันมองว่า "ที่ตกลงกันคือคลิปตัดต่อ ไม่ใช่ไฟล์ดิบ"

ทั้งสองฝ่ายต่างมีเหตุผล และปัญหาเกือบทั้งหมดเกิดจากสิ่งเดียวกัน คือ ไม่ได้ตกลงเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่แรก

กฎหมายลิขสิทธิ์ไทยว่าอย่างไรกับงานจ้างทำวิดีโอ

พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 แยกไว้ 2 กรณีที่ควรรู้

1. งานที่ทำในฐานะลูกจ้าง (มาตรา 9)
ถ้าคนถ่ายเป็นพนักงานประจำของบริษัท ลิขสิทธิ์โดยหลักเป็นของพนักงานผู้สร้างสรรค์ แต่บริษัทนำงานไปเผยแพร่ตามวัตถุประสงค์ของการจ้างได้ เว้นแต่จะตกลงกันเป็นหนังสือไว้อย่างอื่น

2. งานที่จ้างทำของ (มาตรา 10)
ถ้าลูกค้าจ้างฟรีแลนซ์หรือโปรดักชันเฮาส์มาถ่ายทำ กฎหมายกำหนดให้ ผู้ว่าจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ในงานนั้น เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

กรณีงานวิดีโอส่วนใหญ่จะเข้ามาตรา 10 ซึ่งดูเหมือนจะเป็นประโยชน์กับลูกค้า แต่ยังมีคำถามสำคัญต่อ

-เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ = ได้ไฟล์ดิบทั้งหมดหรือเปล่า?

-ไม่จำเป็นเสมอไป ต้องแยกสองเรื่องนี้ออกจากกัน

ลิขสิทธิ์ คือสิทธิ์ในการนำงานไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่
การส่งมอบไฟล์ คือหน้าที่ตามสัญญาว่าต้องส่งอะไรให้ลูกค้าบ้าง

คำถามที่มักถกเถียงกันคือ "งานที่จ้าง" หมายถึงแค่คลิปตัดต่อ หรือรวมฟุตเทจทุกช็อตที่ถ่ายมาด้วย ถ้าสัญญาเขียนแค่ว่า "ส่งคลิปความยาว 3 นาที 1 ชิ้น" ฝั่งโปรดักชันก็อาจโต้แย้งได้ว่าส่งครบตามที่ตกลงแล้ว ขณะที่ฝั่งลูกค้าอาจโต้แย้งว่าฟุตเทจทั้งหมดถ่ายขึ้นเพื่องานของตน จึงเป็นส่วนหนึ่งของงานจ้าง

เมื่อสัญญาไม่ชัด ผลลัพธ์จึงขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละเคส เช่น ใบเสนอราคาเขียนว่าอะไร คุยกันในแชตไว้อย่างไร และธรรมเนียมที่ทำกันมาก่อนหน้า

ทำไมโปรดักชันบางเจ้าไม่อยากส่งไฟล์ดิบ

ไม่ใช่เพราะหวงอย่างเดียว เหตุผลที่พบบ่อยคือ

-ไฟล์ดิบมีช็อตเสีย ช็อตที่ยังไม่แก้สี ซึ่งถ้าถูกนำไปใช้อาจกระทบชื่อเสียงคนถ่าย
-ไฟล์มีขนาดใหญ่มาก ต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการคัดและส่ง
-ราคาที่เสนอไปคิดจากงานตัดต่อ ไม่ได้รวมค่าสิทธิ์ในฟุตเทจทั้งหมด
-ในฟุตเทจอาจมีบุคคลอื่นที่ไม่ได้ยินยอมให้นำภาพไปใช้
-เขียนสัญญาอย่างไรไม่ให้ทะเลาะกันทีหลัง

ไม่ว่าคุณจะเป็นลูกค้าหรือคนรับงาน ควรระบุเรื่องเหล่านี้ไว้ในสัญญาหรือใบเสนอราคา

1.สิ่งที่ส่งมอบ เช่น คลิปตัดต่อกี่ชิ้น ความยาวเท่าไร ไฟล์นามสกุลอะไร
2.ไฟล์ดิบรวมหรือไม่รวม ถ้ารวม ส่งทั้งหมดหรือเฉพาะที่คัดแล้ว
3.ค่าใช้จ่ายเพิ่ม หากขอไฟล์ดิบภายหลัง คิดเงินเท่าไร
4.ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ทั้งคลิปตัดต่อและฟุตเทจ
5.สิทธิ์ของคนถ่าย เช่น นำผลงานไปลงพอร์ตได้หรือไม่
6.ระยะเวลาเก็บไฟล์ โปรดักชันเก็บไฟล์ให้กี่เดือน หลังจากนั้นลบได้หรือไม่

เขียนแค่ไม่กี่บรรทัดนี้ ก็ช่วยตัดปัญหาไปได้เกือบหมด

สรุป

เรื่องไฟล์ฟุตเทจดิบไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้ทุกกรณี กฎหมายให้หลักไว้ว่างานจ้างทำของ ลิขสิทธิ์มักเป็นของผู้ว่าจ้าง แต่สิ่งที่ตัดสินจริงว่าต้องส่งอะไรบ้างคือ สัญญาที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน เขียนให้ชัดตั้งแต่วันแรก แล้วงานจะจบสวยทั้งสองฝ่าย

หากกำลังร่างสัญญาจ้างผลิตวิดีโอ หรือมีข้อพิพาทเรื่องลิขสิทธิ์ฟุตเทจ ปรึกษาทีมกฎหมายของ PATENTTHAI ได้ที่ โทร 085-498-2997 หรือ LINE: @patentthai

บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี