แบรนด์บริษัทกับชื่อรุ่นสินค้า ควรจดเครื่องหมายการค้าแยกกันอย่างไร?
คำตอบสั้น ๆ: ถ้าคุณใช้ชื่อแบรนด์บริษัทกับสินค้าหลายตัว และมีชื่อรุ่นสินค้าที่ขายดีหรือตั้งใจจะใช้ยาว ๆ ควรจดเครื่องหมายการค้า "แยกกัน" ระหว่างแบรนด์หลักกับชื่อรุ่น เพราะการจดรวมกันเป็นชื่อเดียวจะคุ้มครองแค่ "คำที่อยู่ด้วยกัน" ไม่ได้คุ้มครองแต่ละชื่อแบบเต็มที่
แบรนด์บริษัทกับชื่อรุ่นสินค้า ต่างกันยังไง?
ลองนึกภาพง่าย ๆ แบรนด์บริษัทเหมือน "นามสกุล" ส่วนชื่อรุ่นสินค้าเหมือน "ชื่อเล่น" ของลูกแต่ละคน
แบรนด์บริษัท (บางทีเรียกว่า House Brand) คือชื่อที่ลูกค้าจำได้ว่าสินค้ามาจากใคร ใช้ติดกับสินค้าทุกตัวของคุณ
ชื่อรุ่นสินค้า (Sub-brand) คือชื่อเฉพาะของสินค้าแต่ละตัว เช่น เซรั่มรุ่นหนึ่ง หรือเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นหนึ่ง ที่บางครั้งลูกค้าจำชื่อรุ่นได้มากกว่าชื่อบริษัทเสียอีก
ทั้งสองอย่างมีค่าทางธุรกิจ และทั้งสองอย่างโดนลอกเลียนได้ จึงต้องคิดเรื่องการคุ้มครองให้ดี
ทำไมไม่ควรจดรวมเป็นชื่อเดียว?
หลายคนจดเครื่องหมายเป็น "ชื่อแบรนด์ + ชื่อรุ่น" ในคำขอเดียว เพราะคิดว่าประหยัดกว่า แต่ปัญหาคือการคุ้มครองจะผูกกับ "ภาพรวมทั้งชุด"
ถ้ามีคนเอาชื่อรุ่นของคุณไปใช้กับแบรนด์ของเขาเอง การพิสูจน์ว่าเขาละเมิดจะยากขึ้น เพราะสิ่งที่คุณจดไว้คือชื่อที่มีแบรนด์ของคุณอยู่ด้วย
อีกเรื่องคือความยืดหยุ่น วันหนึ่งถ้าคุณอยากเอาชื่อรุ่นไปใช้ต่อกับสินค้าไลน์ใหม่ หรืออยากขายหรือให้สิทธิ์ (License) ชื่อรุ่นนั้นกับคนอื่น การที่ชื่อรุ่นจดแยกไว้จะทำได้ง่ายและชัดเจนกว่ามาก
จดแยกแบบไหนถึงจะคุ้มค่า
ไม่จำเป็นต้องจดทุกชื่อรุ่นที่มี ลองใช้หลักคิดง่าย ๆ ดังนี้
1.จดแบรนด์บริษัทก่อนเสมอ เพราะเป็นชื่อที่ใช้กับทุกสินค้า และควรจดให้ครอบคลุมทุกจำพวกสินค้าหรือบริการที่ทำอยู่และกำลังจะขยายไป
2.จดชื่อรุ่นที่เป็นตัวทำเงิน คือรุ่นที่ขายดี ลูกค้าเรียกชื่อรุ่นติดปาก หรือมีแผนใช้ยาวหลายปี
3.ข้ามชื่อรุ่นที่ใช้แค่ชั่วคราว เช่น ชื่อคอลเลกชันตามฤดูกาล หรือรุ่นที่จะเปลี่ยนทุกปี อาจไม่คุ้มค่าใช้จ่าย
4.แยกคำกับโลโก้ถ้าจำเป็น ถ้าแบรนด์มีทั้งชื่อและโลโก้ การจดคำเปล่า ๆ แยกจากโลโก้จะคุ้มครองได้กว้างกว่า เพราะถ้าวันหนึ่งเปลี่ยนดีไซน์โลโก้ ชื่อก็ยังได้รับความคุ้มครองอยู่
ระวัง! ชื่อรุ่นบางแบบจดไม่ผ่าน
ชื่อรุ่นที่เป็นแค่ตัวเลขหรือตัวอักษรสั้น ๆ หรือคำที่บอกคุณสมบัติตรง ๆ เช่น “Pro” “Plus” “Max” หรือ "ขาวใส" มักถูกมองว่าไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ทำให้จดทะเบียนได้ยาก
ทางแก้คือตั้งชื่อรุ่นให้มีเอกลักษณ์ตั้งแต่แรก เช่น ใช้คำที่คิดขึ้นใหม่ หรือคำที่ไม่ได้บอกคุณสมบัติสินค้าโดยตรง ชื่อแบบนี้จดง่ายกว่าและแข็งแรงกว่าในการต่อสู้คดี
จดชื่อบริษัทแล้ว ถือว่าคุ้มครองแบรนด์แล้วหรือยัง?
ยังไม่ใช่ การจดทะเบียนนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นคนละเรื่องกับการจดเครื่องหมายการค้ากับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ชื่อบริษัทที่จดไว้ไม่ได้ทำให้คุณมีสิทธิ์เฉพาะในการใช้ชื่อนั้นกับสินค้า ถ้าอยากคุ้มครองชื่อแบรนด์จริง ๆ ต้องยื่นจดเครื่องหมายการค้าแยกต่างหาก
ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนยื่นจด
-ลิสต์ชื่อแบรนด์และชื่อรุ่นทั้งหมดที่ใช้อยู่ แล้วคัดเฉพาะตัวที่สำคัญ
-ตรวจค้นก่อนว่ามีใครจดชื่อเหมือนหรือคล้ายไว้แล้วหรือไม่
-เลือกจำพวกสินค้าให้ตรงกับที่ขายจริงและที่จะขยายในอนาคต
-เตรียมรูปเครื่องหมายให้ชัดเจน แยกคำกับโลโก้ถ้าต้องการคุ้มครองทั้งสองแบบ
-ถ้าวางแผนขายต่างประเทศ ให้คิดเรื่องการจดในประเทศเป้าหมายไปพร้อมกัน
สรุป
แบรนด์บริษัทคือรากฐาน ต้องจดก่อนเสมอ ส่วนชื่อรุ่นสินค้าที่ขายดีหรือใช้ระยะยาว ควรจดแยกออกมาเพื่อให้คุ้มครองได้เต็มที่และต่อยอดธุรกิจได้ง่าย ไม่ต้องจดทุกชื่อ แต่ต้องเลือกจดให้ถูกตัว
หากไม่แน่ใจว่าชื่อไหนควรจด หรือควรจดจำพวกไหนบ้าง ปรึกษาทีม PatentThai ได้ที่ โทร 085-498-2997 หรือ LINE: @patentthai