ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
สิทธิบัตร 12 Oct 2026

ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ในคำขอออกแบบกว้างเกินไปมีผลอย่างไร?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ในคำขอออกแบบกว้างเกินไปมีผลอย่างไร?

ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ในคำขอออกแบบกว้างเกินไป มีผลอย่างไร?

คำตอบสั้นๆ: ถ้าตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ในคำขอจดสิทธิบัตรการออกแบบกว้างเกินไป เช่น เขียนว่า "ภาชนะ" แทน "ขวดน้ำหอม" เจ้าหน้าที่มักจะสั่งให้แก้ไข ทำให้คำขอล่าช้า และถ้าแก้ไม่ดี อาจทำให้ขอบเขตการคุ้มครองไม่ชัดเจน จนใช้สิทธิ์ฟ้องร้องผู้ลอกเลียนแบบได้ยากขึ้น ทางที่ดีที่สุดคือระบุชื่อให้ตรงกับตัวสินค้าจริงตั้งแต่ยื่นคำขอ

ชื่อผลิตภัณฑ์ในคำขอออกแบบ คืออะไร?

เวลายื่นจดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ เราต้องบอกว่า "แบบ" ที่ออกแบบมานั้นใช้กับสินค้าอะไร เช่น ขวดน้ำหอม เก้าอี้ ตลับครีม หรือกล่องบรรจุภัณฑ์

เหตุผลง่าย ๆ คือ สิทธิบัตรการออกแบบไม่ได้คุ้มครอง "รูปทรงลอย ๆ" แต่คุ้มครองรูปทรงหรือลวดลายที่อยู่บน "ผลิตภัณฑ์" ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ชื่อผลิตภัณฑ์จึงเป็นตัวบอกว่าการคุ้มครองของเราครอบคลุมสินค้าประเภทไหน

ตั้งชื่อกว้างเกินไป หน้าตาเป็นอย่างไร?

ชื่อที่กว้างเกินไปคือชื่อที่ฟังแล้วไม่รู้ว่าเป็นของชิ้นไหนกันแน่ ตัวอย่างที่พบบ่อย เช่น

-"ภาชนะ" ซึ่งอาจเป็นขวด แก้ว ถ้วย หรือกระปุกก็ได้
-"เฟอร์นิเจอร์" ซึ่งอาจเป็นเก้าอี้ โต๊ะ หรือตู้
-"ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม" ซึ่งไม่ได้บอกว่าเป็นตัวสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์
-"ของใช้ในบ้าน" ซึ่งกว้างจนแทบไม่มีความหมาย

เทียบกับชื่อที่ดี เช่น "ขวดน้ำหอม" "เก้าอี้" "ตลับครีมบำรุงผิว" หรือ "กล่องบรรจุภัณฑ์" ซึ่งอ่านแล้วนึกภาพสินค้าออกทันที

ผลเสียของการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์กว้างเกินไป

1. ถูกสั่งให้แก้ไข คำขอเดินช้าลง

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบต้องรู้ว่าแบบนี้ใช้กับสินค้าอะไร เพื่อจัดหมวดหมู่และค้นหาว่ามีแบบที่คล้ายกันมาก่อนหรือไม่ ถ้าชื่อกว้างเกินไป ก็มักจะออกคำสั่งให้แก้ไขชื่อให้ชัดเจน ซึ่งทำให้เสียเวลาไปอีกรอบ และอาจมีค่าใช้จ่ายในการตอบคำสั่งเพิ่มขึ้น

2. ขอบเขตการคุ้มครองไม่ชัดเจน

หลายคนคิดว่าตั้งชื่อกว้าง ๆ ไว้ก่อน จะได้คุ้มครองได้หลายสินค้า แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น สิ่งที่ได้คือความคลุมเครือ เมื่อเกิดข้อพิพาท อีกฝ่ายสามารถโต้แย้งได้ว่าสิทธิบัตรของเราไม่ได้ครอบคลุมสินค้าของเขา การไม่ระบุให้ชัดจึงอาจกลายเป็นจุดอ่อนแทนที่จะเป็นจุดแข็ง

3. ชื่อไม่สอดคล้องกับภาพแสดงแบบ

ถ้าชื่อเขียนว่า "ภาชนะ" แต่ภาพที่ยื่นเป็นขวดที่มีฝาสเปรย์ชัดเจน ชื่อกับภาพก็ไม่ไปด้วยกัน เจ้าหน้าที่อาจมองว่าคำขอไม่สมบูรณ์ และสั่งแก้ไขทั้งชื่อหรือรายละเอียดอื่นที่เกี่ยวข้อง

4. แก้ไขทีหลังได้จำกัด

การแก้ไขคำขอหลังยื่นทำได้ในขอบเขตที่ไม่เกินสิ่งที่เปิดเผยไว้ตอนแรก การแก้ให้ชื่อแคบลงและชัดขึ้นมักทำได้ แต่ถ้าตอนแรกตั้งใจจะคุ้มครองสินค้าอีกประเภทหนึ่งด้วย ก็อาจต้องยื่นคำขอใหม่ ซึ่งอาจเสียวันยื่นคำขอที่เป็นประโยชน์ไป

ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์อย่างไรให้ถูกต้อง?

หลักง่าย ๆ ที่ใช้ได้จริงมีดังนี้

ตั้งชื่อตามสิ่งที่เห็นในภาพ ถ้าภาพเป็นขวดน้ำหอม ก็ใช้ชื่อว่า "ขวดน้ำหอม" ไม่ต้องคิดซับซ้อน

ใช้ชื่อสามัญ ไม่ใช้ชื่อแบรนด์ เช่น ใช้ "เก้าอี้" แทน "เก้าอี้รุ่น Comfy X" เพราะชื่อการค้าไม่ได้บอกว่าสินค้าคืออะไร

ไม่ใส่คำโฆษณา คำอย่าง "สวยงาม" "ทันสมัย" "พรีเมียม" ไม่ช่วยอะไรในคำขอ และอาจถูกสั่งให้ตัดออก

หนึ่งคำขอ หนึ่งผลิตภัณฑ์ ถ้ามีทั้งขวดและกระปุกที่ออกแบบเป็นชุดเดียวกัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญว่าควรแยกยื่นอย่างไรให้คุ้มครองได้ครบ

ตรวจให้ชื่อตรงกับภาพทุกมุม ก่อนยื่น ลองอ่านชื่อแล้วดูภาพไปพร้อมกัน ถ้าคนทั่วไปเห็นแล้วเข้าใจตรงกัน ถือว่าใช้ได้

สรุป

ชื่อผลิตภัณฑ์ในคำขอออกแบบดูเป็นเรื่องเล็ก แต่มีผลโดยตรงต่อความเร็วในการพิจารณาและความแข็งแรงของสิทธิ์ที่ได้รับ การตั้งชื่อกว้างเกินไปไม่ได้ช่วยให้คุ้มครองมากขึ้น แต่กลับเสี่ยงต่อการถูกสั่งแก้ไข ล่าช้า และขอบเขตคุ้มครองไม่ชัดเจน วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือตั้งชื่อให้ตรงกับสินค้าจริง ใช้ชื่อสามัญ และให้สอดคล้องกับภาพแสดงแบบ

หากไม่แน่ใจว่าควรตั้งชื่อผลิตภัณฑ์อย่างไร หรืออยากให้ช่วยตรวจคำขอก่อนยื่น ปรึกษา PatentThai ได้ที่ โทร 085-498-2997 หรือ LINE: @patentthai

บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี