รูปทรงที่เกิดจากหน้าที่ใช้งานล้วนๆ ขอสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ไหม?
คำตอบสั้นๆ: โดยหลักแล้ว ยาก ครับ เพราะสิทธิบัตรการออกแบบคุ้มครอง "หน้าตา" ของสินค้า ไม่ได้คุ้มครอง "วิธีการทำงาน" ถ้ารูปทรงนั้นถูกกำหนดมาจากการใช้งานเพียงอย่างเดียว จนออกแบบให้ต่างไปกว่านี้ไม่ได้ ก็มักไม่ใช่สิ่งที่สิทธิบัตรการออกแบบตั้งใจจะคุ้มครอง ทางที่เหมาะกว่ามักเป็น สิทธิบัตรการประดิษฐ์ หรือ อนุสิทธิบัตร
แต่ข่าวดีคือ สินค้าส่วนใหญ่ไม่ได้ "ใช้งานล้วนๆ" 100% ยังมีส่วนที่เป็นความสวยงามซ่อนอยู่ ซึ่งอาจนำไปจดได้
สิทธิบัตรการออกแบบคุ้มครองอะไร?
ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 "แบบผลิตภัณฑ์" หมายถึง รูปร่าง ลวดลาย หรือสีของสินค้า ที่ทำให้สินค้านั้นมี ลักษณะพิเศษที่มองเห็นได้ และนำไปใช้เป็นแบบในการผลิตได้
พูดง่ายๆ คือ คุ้มครอง "สิ่งที่ตาเห็นแล้วจำได้ว่านี่คือสินค้าของเรา" เช่น
-เส้นโค้งของขวดน้ำหอม
-ลวดลายบนจานชาม
-รูปทรงตัวเครื่องของปืนนวด หรือที่โกนหนวด
แบบที่จะจดได้ต้อง ใหม่ คือยังไม่เคยมีใครเห็นหรือเผยแพร่มาก่อนวันยื่นคำขอ และได้รับการคุ้มครอง 10 ปี นับจากวันยื่นคำขอ
"รูปทรงตามหน้าที่ใช้งานล้วนๆ" คืออะไร?
คือรูปทรงที่ ต้องเป็นแบบนั้นเพื่อให้ใช้งานได้ ถ้าเปลี่ยนรูปทรง สินค้าจะทำงานไม่ได้หรือทำงานได้แย่ลง ตัวอย่างเช่น
-เกลียวของน็อตที่ต้องเข้ากับขนาดมาตรฐาน
-ขาปลั๊กไฟที่ต้องเสียบเต้ารับได้
-ช่องเสียบที่ต้องพอดีกับอะไหล่อีกชิ้น
รูปทรงพวกนี้ไม่ได้เกิดจาก "การเลือกให้สวย" แต่เกิดจาก "ความจำเป็นทางเทคนิค" จึงไม่เข้ากับหลักของสิทธิบัตรการออกแบบที่เน้นความสวยงามและการมองเห็น และหากยอมให้ใครจดผูกขาดไว้ คนอื่นจะทำสินค้าที่ใช้งานแบบเดียวกันไม่ได้เลย ซึ่งไม่เป็นธรรมกับตลาด
วิธีเช็กง่ายๆ: รูปทรงของเรา "ใช้งานล้วนๆ" หรือเปล่า?
ลองถามตัวเอง 3 ข้อนี้
1.ถ้าเปลี่ยนรูปทรง สินค้ายังใช้งานได้เหมือนเดิมไหม? ถ้าได้ แปลว่ารูปทรงนี้มีส่วนของการ "เลือกออกแบบ" อยู่
2.คู่แข่งที่ทำสินค้าแบบเดียวกัน หน้าตาต่างจากเราไหม? ถ้าแต่ละเจ้าหน้าตาไม่เหมือนกัน แสดงว่ามีทางเลือกด้านดีไซน์
3.ลูกค้าเห็นแล้วจำได้ไหมว่าเป็นของแบรนด์เรา? ถ้าใช่ นั่นคือคุณค่าด้านรูปลักษณ์ที่ควรคุ้มครอง
ถ้าตอบ "ใช่" อย่างน้อยหนึ่งข้อ มีโอกาสที่บางส่วนของสินค้าจะจดสิทธิบัตรการออกแบบได้
ตัวอย่าง: ปืนนวดกล้ามเนื้อต้องมีด้ามจับและหัวนวดเพื่อใช้งาน แต่ความโค้งของด้าม เส้นสายตัดสีทอง หรือสัดส่วนตัวเครื่อง เป็นสิ่งที่นักออกแบบเลือกได้เอง ส่วนนี้แหละที่นำไปจดสิทธิบัตรการออกแบบได้
ถ้ารูปทรงเป็นแบบใช้งานล้วนๆ ควรคุ้มครองด้วยอะไร?
สิทธิบัตรการออกแบบ คุ้มครองรูปร่าง ลวดลาย และสีที่มองเห็นได้ มีอายุ 10 ปี เหมาะกับสินค้าที่หน้าตาโดดเด่นและลูกค้าจำได้จากรูปลักษณ์
สิทธิบัตรการประดิษฐ์ คุ้มครองกลไก โครงสร้าง หรือวิธีการทำงานที่ใหม่และมีขั้นการประดิษฐ์สูง มีอายุ 20 ปี เหมาะกับนวัตกรรมทางเทคนิคที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
อนุสิทธิบัตร คุ้มครองการประดิษฐ์ที่ใหม่และนำไปใช้ในอุตสาหกรรมได้ โดยไม่ต้องซับซ้อนมาก มีอายุ 6 ปี ต่ออายุได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ปี รวมสูงสุด 10 ปี เหมาะกับการปรับปรุงเล็กๆ ที่ใช้งานได้จริง
ถ้ารูปทรงนั้นทำให้สินค้า ทำงานได้ดีขึ้น เช่น จับถนัดขึ้น หรือระบายความร้อนดีขึ้น ลองพิจารณาจดเป็นสิทธิบัตรการประดิษฐ์หรืออนุสิทธิบัตรแทน
เคล็ดลับ: จดทั้งสองแบบคู่กันได้
สินค้าชิ้นเดียวอาจคุ้มครองได้หลายชั้น เช่น
-กลไกภายใน → สิทธิบัตรการประดิษฐ์ / อนุสิทธิบัตร
-รูปลักษณ์ภายนอก → สิทธิบัตรการออกแบบ
-ชื่อและโลโก้ → เครื่องหมายการค้า
แบบนี้ต่อให้คู่แข่งเลี่ยงไปลอกได้แค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง ก็ยังติดสิทธิ์ส่วนอื่นอยู่ดี
ข้อควรระวังก่อนยื่นจด
-อย่าเปิดเผยสินค้าก่อนยื่นคำขอ ไม่ว่าจะโพสต์ขาย ออกงานแสดงสินค้า หรือแชร์ภาพในโซเชียล เพราะอาจทำให้แบบ "ไม่ใหม่" และจดไม่ได้
-ภาพเขียนแบบต้องชัดเจน ควรแสดงทุกมุมมอง และเน้นส่วนที่เป็นจุดเด่นด้านดีไซน์
-ตรวจค้นก่อนยื่น ว่ามีแบบคล้ายกันจดไว้แล้วหรือยัง จะช่วยลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธ
ไม่แน่ใจว่าสินค้าของเราควรจดแบบไหน ทำอย่างไรดี?
ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิบัตรช่วยแยกว่าส่วนไหนเป็นดีไซน์ ส่วนไหนเป็นเทคนิค แล้ววางแผนจดให้ครอบคลุมที่สุด
สรุป
รูปทรงที่เกิดจากหน้าที่ใช้งานล้วนๆ มักจดสิทธิบัตรการออกแบบได้ยาก เพราะกฎหมายคุ้มครองความสวยงาม ไม่ใช่การทำงาน แต่สินค้าส่วนใหญ่มีส่วนที่เป็นดีไซน์ผสมอยู่ ซึ่งยังคุ้มครองได้ และส่วนที่เป็นเทคนิคก็เลือกคุ้มครองด้วยสิทธิบัตรการประดิษฐ์หรืออนุสิทธิบัตรได้
ปรึกษาฟรีกับ PatentThai
📞 085-498-2997 | LINE: @patentthai