ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
สิทธิบัตร 12 Oct 2026

ค้นสิทธิบัตรแล้วไม่เจองานเหมือน เท่ากับผลิตขายได้อย่างปลอดภัยไหม?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
ค้นสิทธิบัตรแล้วไม่เจองานเหมือน เท่ากับผลิตขายได้อย่างปลอดภัยไหม?

ค้นสิทธิบัตรแล้วไม่เจองานเหมือน เท่ากับผลิตขายได้อย่างปลอดภัยไหม?

คำตอบสั้น ๆ คือ "ไม่เสมอไป" การค้นสิทธิบัตรแล้วไม่เจองานที่เหมือนเป๊ะ ไม่ได้รับประกันว่าสินค้าของคุณจะไม่ละเมิดสิทธิบัตรของใคร เพราะสิทธิบัตรไม่ได้ดูกันที่ "หน้าตาเหมือนไหม" แต่ดูที่ "ข้อถือสิทธิ" ซึ่งอาจครอบคลุมกว้างกว่าที่คิด

หลายคนลงทุนทำแม่พิมพ์ สั่งผลิตล็อตแรก ไปจนถึงยิงโฆษณา แล้วค่อยมารู้ทีหลังว่าไปทับสิทธิของคนอื่น ความเสียหายตอนนั้นมักแพงกว่าค่าตรวจสอบตั้งแต่แรกหลายเท่า บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไม "ค้นไม่เจอ" ถึงยังไม่ปลอดภัย และควรเช็กอะไรเพิ่มบ้าง

ทำไมค้นสิทธิบัตรแล้วไม่เจอ แต่ยังเสี่ยงละเมิดได้?

1. ใช้คำค้นไม่ตรงกับที่เจ้าของสิทธิบัตรเขียน

เอกสารสิทธิบัตรมักใช้ภาษาเทคนิคหรือภาษากฎหมาย เช่น เราเรียกว่า "ที่วางมือถือในรถ" แต่ในเอกสารอาจเขียนว่า "อุปกรณ์ยึดจับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาสำหรับยานพาหนะ" ถ้าค้นด้วยคำที่ใช้กันทั่วไป ก็อาจไม่เจอเลยทั้งที่มีอยู่จริง

2. ข้อถือสิทธิกว้างกว่าที่ตาเห็น

สิ่งที่ได้รับความคุ้มครองคือ ข้อถือสิทธิ (Claims) ไม่ใช่รูปภาพ สินค้าของเราอาจดูต่างกันคนละเรื่อง แต่ถ้ามีองค์ประกอบสำคัญครบตามข้อถือสิทธิของเขา ก็อาจถือว่าละเมิดได้ การดูแค่ภาพประกอบแล้วสรุปว่า "ไม่เหมือน" จึงเป็นกับดักที่พบบ่อยที่สุด

3. ค้นแค่ฐานข้อมูลเดียว หรือแค่สิทธิบัตรประเภทเดียว

ในไทยมีทั้ง สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ สินค้าชิ้นเดียวอาจติดได้หลายแบบ เช่น กลไกไม่ติด แต่รูปทรงภายนอกไปเหมือนงานออกแบบที่จดไว้แล้ว

4. มีคำขอที่ยังไม่ประกาศโฆษณา

คำขอรับสิทธิบัตรบางฉบับยื่นไปแล้ว แต่ยังไม่ปรากฏในระบบค้นหาในช่วงที่เราค้น วันนี้ค้นไม่เจอ อีกไม่กี่เดือนอาจโผล่ขึ้นมาและได้รับความคุ้มครองย้อนไปถึงวันยื่นคำขอ

5. ลืมดูตลาดที่จะส่งออก

สิทธิบัตรคุ้มครองเฉพาะประเทศที่จดไว้ ถ้าจะขายแค่ในไทย ต้องดูสิทธิบัตรที่มีผลในไทย แต่ถ้าวางแผนส่งออกหรือขายออนไลน์ไปต่างประเทศ ต้องเช็กของประเทศปลายทางด้วย

"ค้นเพื่อจดสิทธิบัตร" กับ "ค้นเพื่อผลิตขาย" ต่างกันอย่างไร?

สองอย่างนี้เป็นคนละเรื่องกัน และหลายคนสับสน

-ค้นเพื่อจดสิทธิบัตร (Patentability Search) ถามว่า "ไอเดียเราใหม่พอจะจดได้ไหม" ต้องเทียบกับงานที่เคยเปิดเผยทั่วโลก ทั้งสิทธิบัตรที่หมดอายุแล้ว บทความ หรือสินค้าที่เคยขาย
-ค้นเพื่อผลิตขาย (Freedom to Operate หรือ FTO) ถามว่า "ถ้าเราผลิตขาย จะไปละเมิดสิทธิของใครที่ยังมีผลอยู่ไหม" ต้องดูเฉพาะสิทธิบัตรที่ยังคุ้มครองอยู่ในประเทศที่จะขาย และวิเคราะห์ข้อถือสิทธิทีละข้อ

ข้อควรรู้ คือ ต่อให้คุณจดสิทธิบัตรของตัวเองได้ ก็ยังอาจละเมิดสิทธิบัตรของคนอื่นได้อยู่ดี เช่น คุณปรับปรุงสินค้าเดิมจนได้สิทธิบัตรในส่วนที่พัฒนาเพิ่ม แต่ตัวโครงสร้างหลักยังอยู่ในสิทธิของเจ้าของเดิม

ถ้าละเมิดสิทธิบัตร จะเกิดอะไรขึ้น?

การละเมิดสิทธิบัตรในไทยมีความเสี่ยงทั้งทางแพ่งและทางอาญา ผลที่ตามมาที่พบได้บ่อย เช่น

-ถูกสั่งให้หยุดผลิตและหยุดขาย
-ถูกเรียกค่าเสียหาย
-สินค้าที่ผลิตไว้แล้วอาจขายต่อไม่ได้
-เสียชื่อเสียงกับลูกค้าและคู่ค้า
-แพลตฟอร์มออนไลน์อาจลบสินค้าเมื่อมีการร้องเรียน

ต้นทุนเหล่านี้มักสูงกว่าค่าตรวจสอบล่วงหน้ามาก โดยเฉพาะถ้าลงทุนแม่พิมพ์หรือสต็อกไปแล้ว

ก่อนผลิตขาย ควรเช็กอะไรบ้าง? (Checklist)

1.กำหนดตลาดให้ชัด จะขายในไทยอย่างเดียว หรือมีแผนส่งออกประเทศไหน
2.แยกองค์ประกอบสินค้า ทั้งกลไก วัสดุ วิธีผลิต และรูปทรงภายนอก
3.ค้นหลายแหล่ง เช่น ฐานข้อมูลกรมทรัพย์สินทางปัญญา Google Patents, Espacenet และ WIPO Patentscope
4.ค้นด้วยคำหลายแบบ ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คำเทคนิค และรหัสจัดหมวด (IPC)
5.อ่านข้อถือสิทธิ ไม่ใช่แค่ดูรูป เทียบทีละองค์ประกอบกับสินค้าของเรา
6.เช็กสถานะ สิทธิบัตรยังมีผลอยู่ไหม หมดอายุหรือขาดค่าธรรมเนียมรายปีหรือยัง
7.ให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ FTO ก่อนลงทุนก้อนใหญ่ เพื่อหาทางเลี่ยงหรือปรับดีไซน์ตั้งแต่เนิ่น ๆ

สรุป

การค้นสิทธิบัตรแล้วไม่เจองานเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ไม่ใช่ใบรับประกันความปลอดภัย สิ่งที่ตัดสินจริงคือข้อถือสิทธิ ประเภทสิทธิบัตร สถานะ และประเทศที่คุ้มครอง ใช้เวลาตรวจสอบให้รอบคอบก่อนผลิต ถูกกว่าการแก้ปัญหาหลังโดนร้องเรียนเสมอ

ปรึกษาการตรวจสอบสิทธิบัตรก่อนผลิตขายกับ PATENTTHAI patent & law firm
📞 โทร 085-498-2997 | LINE: @patentthai

บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี