เอาชื่อจังหวัดมาตั้งเป็นแบรนด์ จดเครื่องหมายการค้าได้ไหม?
คำตอบสั้น ๆ: ถ้าใช้ "ชื่อจังหวัดเพียว ๆ" เช่น "เชียงใหม่" หรือ "ภูเก็ต" มาเป็นชื่อแบรนด์ โดยทั่วไปจดไม่ได้ เพราะชื่อทางภูมิศาสตร์ถือว่าไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ แต่ถ้า นำชื่อจังหวัดไปรวมกับคำหรือโลโก้ที่โดดเด่น ก็มีโอกาสจดผ่านได้ โดยมักต้องยอมสละสิทธิ์ในส่วนที่เป็นชื่อจังหวัด
หลายคนอยากใช้ชื่อจังหวัดเป็นแบรนด์ เพราะฟังแล้วรู้ทันทีว่าสินค้ามาจากไหน ดูน่าเชื่อถือ และสื่อถึงความเป็นของดีประจำถิ่น แต่ในมุมกฎหมาย เรื่องนี้มีรายละเอียดที่ควรรู้ก่อนลงทุนทำป้าย ทำแพ็กเกจ หรือยิงแอด
ทำไมชื่อจังหวัดเพียว ๆ ถึงจดไม่ได้?
ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายที่จะจดได้ต้องมี "ลักษณะบ่งเฉพาะ" แปลง่าย ๆ คือ คนเห็นแล้วต้องแยกออกได้ว่าเป็นสินค้าของเจ้านี้ ไม่ใช่ของเจ้าอื่น
กฎหมาย (มาตรา 7) กำหนดว่า คำที่จะถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ ต้องไม่ใช่ ชื่อทางภูมิศาสตร์ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ซึ่งชื่อจังหวัดก็อยู่ในกลุ่มนี้
เหตุผลก็ง่ายมาก ลองนึกดูว่าถ้าร้านใดร้านหนึ่งได้สิทธิ์ใช้คำว่า "เชียงใหม่" แต่เพียงผู้เดียว คนเชียงใหม่ที่ทำสินค้าจริง ๆ จะเขียนบนฉลากว่าสินค้ามาจากเชียงใหม่ไม่ได้ ซึ่งไม่ยุติธรรม ชื่อจังหวัดจึงถือเป็นของส่วนรวม
ตัวอย่างที่มักจดไม่ผ่าน vs มีโอกาสจดผ่าน
มักจดไม่ผ่าน
-"ภูเก็ต" สำหรับสินค้าอาหารทะเลแปรรูป
-"นครปฐม" สำหรับข้าวหลาม
-"เพชรบุรี" สำหรับขนมหวาน
ชื่อพวกนี้นอกจากเป็นชื่อสถานที่แล้ว ยังบอกแหล่งที่มาของสินค้าตรง ๆ อีกด้วย
มีโอกาสจดผ่าน (ถ้าส่วนอื่นโดดเด่นพอ)
-คำประดิษฐ์ + ชื่อจังหวัด เช่น "บ้านป้านวล เชียงราย" พร้อมโลโก้ของตัวเอง
-โลโก้หรือรูปประดิษฐ์ที่ออกแบบเฉพาะ แล้วมีชื่อจังหวัดเป็นองค์ประกอบรอง
กรณีแบบนี้ นายทะเบียนมักให้ "สละสิทธิ์" (disclaim) คำว่าชื่อจังหวัด หมายความว่าเราได้ความคุ้มครองในภาพรวมของเครื่องหมาย แต่ห้ามคนอื่นใช้คำว่าชื่อจังหวัดนั้นไม่ได้
3 สิ่งที่ห้ามพลาดเด็ดขาด
1. ห้ามใช้ตราประจำจังหวัด
มาตรา 8 ห้ามรับจดเครื่องหมายที่มีตราประจำจังหวัด ตราแผ่นดิน หรือตราราชการต่าง ๆ แม้จะใส่แค่บางส่วนในโลโก้ก็เสี่ยงถูกปฏิเสธ
2. ระวังชนกับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)
สินค้าดังประจำถิ่นหลายรายการ เช่น สินค้าที่มีชื่อพื้นที่นำหน้า ได้ขึ้นทะเบียนเป็น GI แล้ว ถ้าเอาชื่อนั้นไปใช้กับสินค้าที่ไม่ได้มาจากพื้นที่จริง อาจทั้งจดไม่ผ่านและเสี่ยงผิดกฎหมาย
3. อย่าใช้ชื่อจังหวัดหลอกแหล่งที่มา
ถ้าสินค้าไม่ได้มาจากจังหวัดนั้น แต่ตั้งชื่อให้คนเข้าใจผิด อาจเข้าข่ายเครื่องหมายที่ทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในแหล่งกำเนิดสินค้า
แล้วถ้าใช้มานานจนคนจำได้ล่ะ?
กฎหมายเปิดช่องให้เครื่องหมายที่เดิมไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ สามารถจดได้ถ้า ใช้มาอย่างแพร่หลายจนคนทั่วไปรู้จัก ว่าเป็นของเจ้านั้นจริง ๆ แต่ต้องมีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจน เช่น ยอดขาย ระยะเวลาที่ใช้ ค่าโฆษณา หรือการรับรู้ของผู้บริโภค ซึ่งทำได้ยากและใช้เวลานาน ไม่แนะนำให้หวังพึ่งทางนี้ตั้งแต่ต้น
เคล็ดลับตั้งชื่อแบรนด์ให้สื่อถึงจังหวัด แต่จดผ่านง่าย
-ใช้ชื่อเล่น ชื่อครอบครัว หรือคำประดิษฐ์เป็นตัวหลัก แล้วค่อยเติมชื่อจังหวัดต่อท้าย
-ออกแบบโลโก้ที่มีเอกลักษณ์ ไม่ใช้ภาพสถานที่สำคัญแบบภาพถ่ายทั่วไป
-เล่นคำหรือใช้ชื่อเก่า/ชื่อท้องถิ่น ที่ไม่ใช่ชื่อจังหวัดตรง ๆ (ควรตรวจสอบก่อนว่าไม่ได้เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ที่ถูกประกาศไว้)
-ตรวจค้นเครื่องหมายก่อนยื่น ว่ามีคนจดชื่อคล้ายกันไว้หรือยัง
-ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ก่อนพิมพ์แพ็กเกจหรือทำป้าย จะช่วยประหยัดเงินได้มาก
สรุป
ชื่อจังหวัดเป็นของส่วนรวม การใช้ชื่อจังหวัดเพียว ๆ เป็นแบรนด์จึงจดเครื่องหมายการค้าได้ยาก ทางที่ดีที่สุดคือสร้างจุดเด่นของแบรนด์เอง แล้วใช้ชื่อจังหวัดเป็นส่วนเสริม และหลีกเลี่ยงตราประจำจังหวัดหรือชื่อที่เป็น GI
หากไม่แน่ใจว่าชื่อแบรนด์ของคุณจดได้หรือไม่ ปรึกษา PatentThai ได้ที่ โทร 085-498-2997 หรือ LINE @patentthai