ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
สิทธิบัตร 06 Oct 2026

หน่วยงานรัฐใช้สิทธิบัตรเพื่อบริการสาธารณะได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลยไหม?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
หน่วยงานรัฐใช้สิทธิบัตรเพื่อบริการสาธารณะได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลยไหม?

หน่วยงานรัฐใช้สิทธิบัตรเพื่อบริการสาธารณะ ได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลยไหม?

คำตอบสั้น ๆ: ไม่ใช่ หน่วยงานรัฐ (กระทรวง ทบวง กรม) ใช้สิทธิบัตรของคนอื่นเพื่อประโยชน์สาธารณะได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของก่อน ตามมาตรา 51 ของพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 แต่ต้องทำ 3 อย่าง คือ แจ้งเจ้าของสิทธิบัตรเป็นหนังสือโดยไม่ชักช้า, จ่ายค่าตอบแทน และเสนอค่าตอบแทนกับเงื่อนไขการใช้ต่ออธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

พูดง่าย ๆ คือ รัฐ "ใช้ก่อนได้" แต่ "ใช้ฟรีไม่ได้"

ทำไมรัฐถึงใช้สิทธิบัตรของคนอื่นได้?

ปกติสิทธิบัตรให้เจ้าของมีสิทธิผูกขาด ใครจะผลิต ใช้ หรือขายสิ่งประดิษฐ์นั้นต้องขออนุญาตก่อน แต่กฎหมายเปิดช่องไว้ว่า ถ้าเป็นเรื่องที่กระทบประโยชน์ของคนทั้งประเทศ รัฐต้องเดินหน้าได้ทันที ไม่ต้องรอเจรจาให้จบก่อน

ลองนึกภาพว่าเกิดโรคระบาดแล้วยาที่จำเป็นมีราคาแพงมาก ถ้ารัฐต้องรอเจ้าของสิทธิบัตรตกลงก่อน ประชาชนอาจเสียชีวิตไปก่อน มาตรา 51 จึงมีไว้เพื่อสถานการณ์แบบนี้

รัฐใช้สิทธิบัตรได้ในกรณีไหนบ้าง?

ตามมาตรา 51 หน่วยงานรัฐใช้สิทธิได้เมื่อเป็นเรื่องต่อไปนี้

-สาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา ระบบขนส่ง
-การป้องกันประเทศ
-การรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม
-ป้องกันหรือบรรเทาการขาดแคลนอาหาร ยา หรือสินค้าจำเป็นอย่างรุนแรง
-ประโยชน์สาธารณะอื่น ๆ

หน่วยงานรัฐจะทำเองหรือจ้างเอกชนให้ทำแทนก็ได้ เช่น ให้โรงงานผลิตยาแทนรัฐ

สิ่งที่หน่วยงานรัฐต้องทำ (ไม่ใช่ไม่ต้องทำอะไรเลย)
1. แจ้งเจ้าของสิทธิบัตรเป็นหนังสือทันที

รัฐไม่ต้องขออนุญาตก่อน แต่ต้องแจ้งให้เจ้าของรู้เป็นลายลักษณ์อักษร "โดยไม่ชักช้า" จะใช้เงียบ ๆ ไม่ได้

2. จ่ายค่าตอบแทน

รัฐต้องจ่ายเงินให้เจ้าของสิทธิบัตร หรือผู้ได้รับอนุญาตแต่เพียงผู้เดียว (exclusive licensee) เพราะสิ่งประดิษฐ์นั้นเป็นทรัพย์สินที่เจ้าของลงทุนลงแรงมา

3. เสนอค่าตอบแทนและเงื่อนไขต่ออธิบดี

หน่วยงานรัฐต้องเสนอรายละเอียดต่ออธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ถ้าตกลงค่าตอบแทนกับเจ้าของได้ก็จบ ถ้าตกลงกันไม่ได้ อธิบดีจะเป็นผู้กำหนด และฝ่ายที่ไม่พอใจยังอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรได้

ตัวอย่างจริงในประเทศไทย

ช่วงปี 2549–2551 กระทรวงสาธารณสุขของไทยใช้สิทธิตามสิทธิบัตรยา (ที่คนมักเรียกว่า "ซีแอล" หรือ Compulsory Licensing) กับยาต้านไวรัสเอชไอวี ยาโรคหัวใจ และยามะเร็งบางตัว เพื่อให้ผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพเข้าถึงยาในราคาที่ถูกลงมาก โดยรัฐเสนอจ่ายค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายให้เจ้าของสิทธิบัตร

กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุดว่ากฎหมายใช้ได้จริง และรัฐก็ยังต้องจ่ายค่าตอบแทน

ถ้าคุณเป็นเจ้าของสิทธิบัตร ควรทำอย่างไร?

ถ้าวันหนึ่งได้รับหนังสือแจ้งจากหน่วยงานรัฐว่าจะใช้สิทธิบัตรของคุณ อย่าตกใจ และอย่าเพิกเฉย

1.ตรวจสอบหนังสือแจ้ง ว่ารัฐอ้างเหตุผลอะไร ใช้แค่ไหน นานเท่าไร
2.ประเมินมูลค่าสิทธิบัตร เพื่อเตรียมข้อมูลต่อรองค่าตอบแทน
3.เจรจาค่าตอบแทนให้เป็นธรรม ถ้าตกลงไม่ได้ อธิบดีจะเป็นผู้ชี้ขาด
4.ใช้สิทธิอุทธรณ์ ถ้าเห็นว่าค่าตอบแทนไม่เป็นธรรม (มีกำหนดเวลา ห้ามปล่อยเลยกำหนด)

ทางที่ดีที่สุดคือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิบัตรตั้งแต่ได้รับหนังสือ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิที่ควรได้

สรุป

หน่วยงานรัฐใช้สิทธิบัตรเพื่อบริการสาธารณะได้โดยไม่ต้องขออนุญาตก่อน แต่ "ไม่ใช่ไม่ต้องทำอะไรเลย" รัฐต้องแจ้งเจ้าของเป็นหนังสือ จ่ายค่าตอบแทน และเสนอเงื่อนไขต่ออธิบดี ส่วนเจ้าของสิทธิบัตรก็ยังมีสิทธิต่อรองและอุทธรณ์เพื่อให้ได้ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม

มีคำถามเรื่องสิทธิบัตร หรือได้รับหนังสือแจ้งจากหน่วยงานรัฐ?
ปรึกษา PATENTTHAI patent & law firm
📞 085-498-2997 | LINE: @patentthai

บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี