โลโก้คนละภาพ แต่สื่อแนวคิดเดียวกัน ถือว่า "คล้าย" หรือไม่?
คำตอบสั้น ๆ: มีโอกาสถือว่าคล้ายได้ ถ้าคนทั่วไปเห็นแล้ว "จำสับสน" หรือเข้าใจว่าเป็นแบรนด์เดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อใช้กับสินค้าหรือบริการประเภทใกล้กัน การตัดสินไม่ได้ดูแค่ว่าภาพเหมือนกันเป๊ะหรือไม่ แต่ดู ภาพรวม ว่าคนจำแบรนด์จากอะไร
หลายคนคิดว่า "วาดใหม่เองทั้งหมด ไม่ได้ก๊อปใคร" ก็น่าจะปลอดภัย แต่ในเรื่องเครื่องหมายการค้า สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ว่าใครวาด แต่คือ ผู้บริโภคจะสับสนหรือเปล่า
ทำไมโลโก้ที่ "ไม่เหมือน" ถึงยังถูกมองว่า "คล้าย" ได้?
ลองนึกภาพโลโก้ตัวอักษร P สองแบบ แบบแรกเป็นตัว P สีน้ำเงินมีเส้นโค้งสีทอง อีกแบบเป็นตัว P สีน้ำเงินมีหางสีทองพาดผ่าน ถ้าวางเทียบกันจะเห็นว่าเส้นต่างกัน แต่ถ้าเห็นผ่าน ๆ บนป้ายหรือหน้าจอมือถือ คนอาจจำได้แค่ว่า "ตัว P น้ำเงิน-ทอง" เท่านั้น
นี่คือเหตุผลที่การพิจารณาความคล้ายดูจาก ความทรงจำของคนทั่วไป ไม่ใช่การเอาแว่นขยายมาจับผิดทีละเส้น
5 จุดที่ใช้ดูว่าโลโก้คล้ายกันหรือไม่
1. รูปลักษณ์โดยรวม
ดูภาพรวมทั้งหมด เช่น รูปทรง การจัดวาง สี และสไตล์ ถ้าภาพรวมให้ความรู้สึกคล้ายกัน แม้รายละเอียดต่างกันก็อาจถือว่าคล้าย
2. ส่วนสาระสำคัญ (จุดที่คนจำได้)
โลโก้ส่วนใหญ่มี "จุดเด่น" ที่คนจำ เช่น ตัวอักษรตัวแรก สัญลักษณ์ หรือรูปสัตว์ ถ้าจุดเด่นนี้ตรงกัน ความเสี่ยงจะสูงขึ้นมาก
3. เสียงเรียกขาน
ถ้าโลโก้มีชื่อหรือตัวอักษร คนจะอ่านออกเสียงอย่างไร ชื่อที่เขียนต่างแต่ออกเสียงใกล้กัน ก็อาจถือว่าคล้ายได้
4. แนวคิดหรือความหมาย
โลโก้ที่สื่อไอเดียเดียวกัน เช่น ใช้ "สิงโตสวมมงกุฎ" ทั้งคู่ แม้วาดคนละสไตล์ ก็อาจทำให้คนเรียกแบรนด์ว่า "ยี่ห้อสิงโต" เหมือนกัน และเกิดความสับสนได้
5. ประเภทสินค้าและกลุ่มลูกค้า
ข้อนี้สำคัญมาก โลโก้ที่คล้ายกันแต่ใช้กับสินค้าคนละโลก เช่น อาหารกับอะไหล่รถยนต์ อาจไม่ถือว่าทำให้สับสน แต่ถ้าขายของประเภทเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ความเสี่ยงจะสูงทันที
"ใช้ไอเดียเดียวกัน" ผิดเสมอไหม?
ไม่เสมอไป ไอเดียทั่วไป เช่น ใช้ตัวอักษรย่อชื่อแบรนด์ ใช้รูปใบไม้กับสินค้าธรรมชาติ หรือรูปหลอดไฟกับธุรกิจไอเดีย เป็นสิ่งที่หลายแบรนด์ใช้ได้ ไม่มีใครเป็นเจ้าของ "ไอเดีย" เพียงลำพัง
ปัญหาจะเกิดเมื่อ วิธีนำเสนอไอเดียนั้น คล้ายกันจนคนจำแยกไม่ออก เช่น ตัวอักษรเดียวกัน สีโทนเดียวกัน จัดวางคล้ายกัน และขายสินค้าประเภทเดียวกัน
ถ้าโลโก้คล้ายของคนอื่น จะเกิดอะไรขึ้น?
ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 นายทะเบียนสามารถปฏิเสธไม่รับจดเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่จดไว้แล้ว ถ้าใช้กับสินค้าหรือบริการที่เหมือนหรือคล้ายกัน จนอาจทำให้ประชาชนสับสน
ผลที่ตามมาในทางปฏิบัติ เช่น
1.คำขอจดเครื่องหมายการค้าถูกปฏิเสธ เสียเวลาและค่าธรรมเนียม
2.ถูกเจ้าของเครื่องหมายเดิมยื่นคัดค้าน
3.ต้องเปลี่ยนโลโก้ใหม่หลังลงทุนทำป้าย บรรจุภัณฑ์ และการตลาดไปแล้ว
4.เสี่ยงถูกดำเนินคดีหากนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์
วิธีลดความเสี่ยงก่อนใช้โลโก้จริง
1.ตรวจค้นเครื่องหมายการค้าก่อนออกแบบเสร็จ ค้นในฐานข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งชื่อ ตัวอักษร และรูปภาพที่ใกล้เคียง
2.สร้างจุดจำที่แตกต่างจริง อย่าเปลี่ยนแค่ความหนาเส้นหรือเฉดสี ให้เปลี่ยนองค์ประกอบหลักที่คนจำ
3.ดูคู่แข่งในหมวดสินค้าเดียวกัน ถ้าโลโก้ของคุณไปคล้ายแบรนด์ในหมวดเดียวกัน ควรปรับก่อน
4.ทดสอบกับคนจริง ให้คนที่ไม่รู้จักแบรนด์ดูโลโก้ทั้งสองแบบผ่าน ๆ แล้วถามว่าคิดว่าเป็นแบรนด์เดียวกันไหม
5.ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นจด เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนจดให้ครอบคลุม
สรุป
โลโก้คนละภาพแต่สื่อแนวคิดเดียวกัน ไม่ได้ผิดเสมอไป แต่ถ้าจุดเด่นตรงกัน ภาพรวมใกล้กัน และขายสินค้าประเภทเดียวกัน ก็เสี่ยงถูกมองว่าคล้ายจนจดไม่ผ่านได้ การตรวจสอบตั้งแต่ต้นช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลามากกว่าการแก้ทีหลัง
ไม่แน่ใจว่าโลโก้ของคุณคล้ายใครหรือเปล่า? ปรึกษา PATENTTHAI ได้ที่ โทร 085-498-2997 หรือ LINE: @patentthai