อยู่คนละจำพวกสินค้า แปลว่าใช้ชื่อเหมือนกันได้แน่นอนหรือไม่?
คำตอบสั้นๆ: ส่วนใหญ่ "ได้" แต่ "ไม่ได้แน่นอนเสมอไป" เพราะนายทะเบียนไม่ได้ดูแค่เลขจำพวก แต่ดูว่าสินค้าเกี่ยวข้องกันจนคนอาจสับสนหรือไม่ และถ้าชื่อนั้นเป็นแบรนด์ดังมาก ต่อให้คนละจำพวกก็อาจจดไม่ได้
หลายคนตั้งชื่อแบรนด์เสร็จ ค้นดูแล้วเจอคนจดชื่อเดียวกันไปแล้ว แต่สบายใจเพราะ "เขาขายอาหาร เราขายเครื่องสำอาง คนละจำพวกกัน" บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่าความคิดนี้ถูกแค่ไหน
"จำพวกสินค้า" คืออะไร?
เวลาจดเครื่องหมายการค้า เราต้องระบุว่าจะใช้กับสินค้าหรือบริการอะไร ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มตามระบบสากล รวม 45 จำพวก (สินค้า 34 จำพวก และบริการ 11 จำพวก) เช่น
จำพวก 3 – เครื่องสำอาง สบู่ ครีม
จำพวก 5 – ยา อาหารเสริม
จำพวก 25 – เสื้อผ้า รองเท้า
จำพวก 30 – กาแฟ ขนม เบเกอรี่
จำพวก 43 – ร้านอาหาร คาเฟ่
การจดทะเบียนจะคุ้มครองเฉพาะจำพวกและรายการสินค้าที่เรายื่นไว้ ไม่ได้คุ้มครองทุกอย่างบนโลก
กรณีที่ใช้ชื่อเหมือนกันได้
ถ้าสินค้าไม่เกี่ยวข้องกันเลย และคนทั่วไปไม่น่าจะเข้าใจผิดว่าเป็นเจ้าของเดียวกัน ก็มักจดได้ เช่น
แบรนด์ A ขาย เบอร์เกอร์ (จำพวก 30/43)
แบรนด์ A อีกเจ้าขาย ลิปสติก (จำพวก 3)
ลูกค้าคงไม่คิดว่าร้านเบอร์เกอร์ออกลิปสติก โอกาสสับสนจึงต่ำ
กรณีที่ "คนละจำพวก" แต่ยังจดไม่ได้
1. สินค้าคนละจำพวก แต่เกี่ยวข้องกัน
กฎหมายเครื่องหมายการค้าของไทยให้นายทะเบียนพิจารณาได้ว่า แม้สินค้าต่างจำพวก แต่ถ้ามี "ลักษณะอย่างเดียวกัน" ก็ถือว่าชนกันได้ ตัวอย่างที่มักโดนพิจารณา เช่น
เครื่องสำอาง (3) กับ อาหารเสริมผิว (5) – ขายกลุ่มลูกค้าเดียวกัน
กาแฟ (30) กับ คาเฟ่ (43) – คนเห็นแล้วคิดว่าเป็นแบรนด์เดียวกันได้ง่าย
เสื้อผ้า (25) กับ กระเป๋า (18) – มักวางขายคู่กันในร้านแฟชั่น
หลักคิดง่ายๆ คือ "ถ้าลูกค้าเห็นแล้วอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเจ้าเดียวกัน = เสี่ยง"
2. ชื่อนั้นเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงแพร่หลาย
แบรนด์ที่คนรู้จักทั่วไป (Well-known Mark) ได้รับความคุ้มครองกว้างกว่าปกติ แม้เราจะขายสินค้าคนละประเภทกับเขา ก็อาจถูกปฏิเสธ หรือถูกฟ้องได้ เพราะถือว่าเป็นการใช้ชื่อเสียงของคนอื่น
3. ถูกคัดค้านหลังประกาศโฆษณา
แม้นายทะเบียนรับคำขอแล้ว ก็จะมีการประกาศโฆษณาให้คนอื่นคัดค้านได้ภายใน 60 วัน เจ้าของแบรนด์เดิมที่เห็นว่าเราใกล้เคียงเกินไปสามารถยื่นคัดค้านได้
ใช้ชื่อซ้ำโดยไม่จด ปลอดภัยไหม?
ไม่ปลอดภัย การไม่จดทะเบียนไม่ได้แปลว่าไม่ผิด หากชื่อของเราทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าของแบรนด์อื่น อาจถูกฟ้องฐาน "ลวงขาย" (Passing off) และที่แย่กว่านั้นคือ ถ้าเราสร้างแบรนด์จนดังแล้วต้องเปลี่ยนชื่อ จะเสียทั้งเงินและลูกค้า
4 ขั้นตอนเช็กชื่อก่อนจดเครื่องหมายการค้า
ค้นฐานข้อมูลกรมทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งชื่อที่เหมือนและชื่อที่คล้าย (เสียงเรียก ตัวสะกด ภาษาไทย/อังกฤษ)
ดูทั้งจำพวกเรา และจำพวกที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ดูแค่เลขเดียว
เช็กว่าชื่อนั้นเป็นแบรนด์ดังหรือไม่ ลองค้นใน Google และโซเชียล
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่น เพื่อประเมินความเสี่ยงและเลือกจำพวกให้ครอบคลุมธุรกิจในอนาคต
สรุป
"คนละจำพวก" ช่วยเพิ่มโอกาสจดได้ แต่ไม่ใช่ใบรับประกัน สิ่งที่ตัดสินจริงคือ สินค้าเกี่ยวข้องกันไหม คนจะสับสนไหม และแบรนด์เดิมดังแค่ไหน ตรวจสอบให้ดีตั้งแต่ก่อนตั้งชื่อ ถูกกว่าเปลี่ยนชื่อทีหลังเสมอ
📞 ปรึกษาเรื่องเครื่องหมายการค้ากับ PatentThai โทร 085-498-2997 | LINE: @patentthai