ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ลิขสิทธิ์ 30 Sep 2026

แต่งคอสเพลย์ตัวละครแล้วรับงานโฆษณา ต้องเช็กสิทธิอะไรบ้าง?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
แต่งคอสเพลย์ตัวละครแล้วรับงานโฆษณา ต้องเช็กสิทธิอะไรบ้าง?

แต่งคอสเพลย์ตัวละครแล้วรับงานโฆษณา ต้องเช็กสิทธิ์อะไรบ้าง

ทุกวันนี้คอสเพลย์ไม่ได้เป็นแค่งานอดิเรก หลายคนมีผู้ติดตามจำนวนมากจนแบรนด์ติดต่อมาจ้างรีวิวสินค้า ถ่ายโฆษณา หรือไปออกงานอีเวนต์ แต่ก่อนตอบรับงาน มีคำถามสำคัญที่ต้องตอบให้ได้ก่อน คือ "ตัวละครที่เราแต่ง เป็นของใคร และเราใช้หาเงินได้หรือเปล่า"

แต่งคอสเพลย์ผิดกฎหมายไหม?

คำตอบสั้น ๆ : คือ แต่งเพื่อความสนุกส่วนตัว โดยทั่วไปไม่มีปัญหา เช่น ไปงานคอสเพลย์ ถ่ายรูปลงโซเชียลแบบไม่ได้ขายอะไร เจ้าของตัวละครส่วนใหญ่มักไม่ถือสา เพราะถือเป็นการโปรโมตผลงานไปในตัว

แต่เมื่อไหร่ที่ นำตัวละครไปใช้หารายได้ โดยเฉพาะงานโฆษณาสินค้า สถานการณ์จะเปลี่ยนทันที เพราะตัวละครเหล่านั้นมีเจ้าของ และเจ้าของมีสิทธิ์ตามกฎหมาย

ตัวละครได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอะไรบ้าง?

ตัวละครจากอนิเมะ เกม หนัง หรือการ์ตูน มักได้รับความคุ้มครองอย่างน้อย 2 แบบ

1. ลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ภาพลักษณ์ของตัวละคร การออกแบบชุด หน้ากาก อาวุธ หรือลายบนชุด ถือเป็นงานศิลปกรรมที่ผู้สร้างเป็นเจ้าของ การทำซ้ำหรือดัดแปลงงานเหล่านี้เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์

2. เครื่องหมายการค้า ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ชื่อตัวละคร โลโก้ หรือสัญลักษณ์บางอย่าง เจ้าของอาจนำไปจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า ถ้าโฆษณาใช้ชื่อหรือโลโก้เหล่านี้จนคนเข้าใจผิดว่าเจ้าของตัวละครร่วมรับรองสินค้า ก็อาจมีปัญหาตามมา

ทำไมงานโฆษณาถึงเสี่ยงกว่างานทั่วไป?

เพราะโฆษณาคือการ ใช้ความดังของตัวละครไปช่วยขายสินค้าของคนอื่น ซึ่งเป็นการใช้เพื่อการค้าโดยตรง ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ (ที่มักเรียกกันว่า Fair Use) ส่วนใหญ่ใช้กับการศึกษา วิจารณ์ หรือใช้ส่วนตัว จึงแทบไม่ครอบคลุมงานโฆษณา

นอกจากนี้ คนดูอาจเข้าใจว่าแบรนด์ได้รับอนุญาตจากเจ้าของตัวละครจริง ๆ ซึ่งทำให้เจ้าของเสียประโยชน์จากการขายลิขสิทธิ์ (Licensing) ที่ปกติมีมูลค่าสูง

ถ้าละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า มีโทษอย่างไร?

ตามกฎหมายไทย การละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อการค้า มีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 4 ปี หรือปรับ 100,000–800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า ปรับ 20,000–200,000 บาท) นอกจากนี้เจ้าของสิทธิ์ยังเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ และมีความเสี่ยงที่คลิปหรือโพสต์จะถูกแพลตฟอร์มลบ

ที่สำคัญคือ ทั้งแบรนด์ผู้จ้าง และคอสเพลย์เยอร์ อาจถูกมองว่ามีส่วนร่วมในการละเมิด ไม่ใช่แค่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง

เช็กลิสต์ 6 ข้อ ก่อนรับงานโฆษณาในชุดคอสเพลย์

1. ตัวละครนี้เป็นของใคร
ตรวจดูว่าเจ้าของลิขสิทธิ์คือบริษัทไหน และมีตัวแทนในไทยหรือไม่

2. แบรนด์มีใบอนุญาตใช้ตัวละครหรือเปล่า
ถามผู้จ้างตรง ๆ ว่ามีสัญญา Licensing กับเจ้าของตัวละครไหม ถ้ามี ขอดูขอบเขตว่าครอบคลุมงานโฆษณาประเภทนี้หรือไม่

3. โฆษณาจะใช้ชื่อ โลโก้ หรือเพลงประกอบของตัวละครไหม
ยิ่งใช้องค์ประกอบของตัวละครมาก ความเสี่ยงยิ่งสูง เพลงและเสียงประกอบก็มีลิขสิทธิ์แยกต่างหาก

4. ใครรับผิดชอบถ้ามีปัญหา
ควรมีข้อสัญญาว่าผู้จ้างรับรองเรื่องสิทธิ์ และรับผิดชอบหากถูกฟ้อง

5. สิทธิ์ในภาพและวิดีโอเป็นของใคร
ตกลงให้ชัดว่าแบรนด์ใช้ภาพเราได้นานแค่ไหน ใช้ช่องทางไหนบ้าง และนำไปตัดต่อซ้ำได้หรือไม่

6. มีทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าไหม
เช่น ออกแบบตัวละครออริจินัลของแบรนด์เอง หรือแต่งชุดแนวคล้ายกันแต่ไม่ลอกเลียนตัวละครใดโดยตรง

ถ้าไม่มีใบอนุญาต ควรทำอย่างไร?

ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือ ปฏิเสธการใช้ตัวละครที่มีเจ้าของ แล้วเสนอทางเลือกอื่นให้แบรนด์ เช่น

-สร้างตัวละครออริจินัลร่วมกับแบรนด์ ซึ่งแบรนด์จะได้เป็นเจ้าของตัวละครเองในระยะยาว
-ใช้ชุดสไตล์แฟนตาซีทั่วไป ที่ไม่ได้ลอกลักษณะเด่นของตัวละครดัง
-แยกให้ชัดระหว่างงานส่วนตัว (แต่งคอสเพลย์ลงเพจตัวเอง) กับงานรีวิวสินค้าแบบไม่สวมบทตัวละคร

สรุป

คอสเพลย์เพื่อความสนุกทำได้สบายใจ แต่เมื่อไหร่ที่ นำตัวละครไปรับงานโฆษณา ต้องเช็กเสมอว่าใครเป็นเจ้าของ และแบรนด์ได้รับอนุญาตแล้วหรือยัง เพราะความเสี่ยงทั้งทางแพ่งและอาญาตกถึงตัวคอสเพลย์เยอร์ได้เช่นกัน หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาก่อนเซ็นสัญญาทุกครั้ง

📞 ปรึกษา PATENTTHAI ได้ที่ 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai

บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี