แต่งคอสเพลย์ตัวละครแล้วรับงานโฆษณา ต้องเช็กสิทธิ์อะไรบ้าง
ทุกวันนี้คอสเพลย์ไม่ได้เป็นแค่งานอดิเรก หลายคนมีผู้ติดตามจำนวนมากจนแบรนด์ติดต่อมาจ้างรีวิวสินค้า ถ่ายโฆษณา หรือไปออกงานอีเวนต์ แต่ก่อนตอบรับงาน มีคำถามสำคัญที่ต้องตอบให้ได้ก่อน คือ "ตัวละครที่เราแต่ง เป็นของใคร และเราใช้หาเงินได้หรือเปล่า"
แต่งคอสเพลย์ผิดกฎหมายไหม?
คำตอบสั้น ๆ : คือ แต่งเพื่อความสนุกส่วนตัว โดยทั่วไปไม่มีปัญหา เช่น ไปงานคอสเพลย์ ถ่ายรูปลงโซเชียลแบบไม่ได้ขายอะไร เจ้าของตัวละครส่วนใหญ่มักไม่ถือสา เพราะถือเป็นการโปรโมตผลงานไปในตัว
แต่เมื่อไหร่ที่ นำตัวละครไปใช้หารายได้ โดยเฉพาะงานโฆษณาสินค้า สถานการณ์จะเปลี่ยนทันที เพราะตัวละครเหล่านั้นมีเจ้าของ และเจ้าของมีสิทธิ์ตามกฎหมาย
ตัวละครได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอะไรบ้าง?
ตัวละครจากอนิเมะ เกม หนัง หรือการ์ตูน มักได้รับความคุ้มครองอย่างน้อย 2 แบบ
1. ลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ภาพลักษณ์ของตัวละคร การออกแบบชุด หน้ากาก อาวุธ หรือลายบนชุด ถือเป็นงานศิลปกรรมที่ผู้สร้างเป็นเจ้าของ การทำซ้ำหรือดัดแปลงงานเหล่านี้เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์
2. เครื่องหมายการค้า ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ชื่อตัวละคร โลโก้ หรือสัญลักษณ์บางอย่าง เจ้าของอาจนำไปจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า ถ้าโฆษณาใช้ชื่อหรือโลโก้เหล่านี้จนคนเข้าใจผิดว่าเจ้าของตัวละครร่วมรับรองสินค้า ก็อาจมีปัญหาตามมา
ทำไมงานโฆษณาถึงเสี่ยงกว่างานทั่วไป?
เพราะโฆษณาคือการ ใช้ความดังของตัวละครไปช่วยขายสินค้าของคนอื่น ซึ่งเป็นการใช้เพื่อการค้าโดยตรง ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ (ที่มักเรียกกันว่า Fair Use) ส่วนใหญ่ใช้กับการศึกษา วิจารณ์ หรือใช้ส่วนตัว จึงแทบไม่ครอบคลุมงานโฆษณา
นอกจากนี้ คนดูอาจเข้าใจว่าแบรนด์ได้รับอนุญาตจากเจ้าของตัวละครจริง ๆ ซึ่งทำให้เจ้าของเสียประโยชน์จากการขายลิขสิทธิ์ (Licensing) ที่ปกติมีมูลค่าสูง
ถ้าละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า มีโทษอย่างไร?
ตามกฎหมายไทย การละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อการค้า มีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 4 ปี หรือปรับ 100,000–800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า ปรับ 20,000–200,000 บาท) นอกจากนี้เจ้าของสิทธิ์ยังเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ และมีความเสี่ยงที่คลิปหรือโพสต์จะถูกแพลตฟอร์มลบ
ที่สำคัญคือ ทั้งแบรนด์ผู้จ้าง และคอสเพลย์เยอร์ อาจถูกมองว่ามีส่วนร่วมในการละเมิด ไม่ใช่แค่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง
เช็กลิสต์ 6 ข้อ ก่อนรับงานโฆษณาในชุดคอสเพลย์
1. ตัวละครนี้เป็นของใคร
ตรวจดูว่าเจ้าของลิขสิทธิ์คือบริษัทไหน และมีตัวแทนในไทยหรือไม่
2. แบรนด์มีใบอนุญาตใช้ตัวละครหรือเปล่า
ถามผู้จ้างตรง ๆ ว่ามีสัญญา Licensing กับเจ้าของตัวละครไหม ถ้ามี ขอดูขอบเขตว่าครอบคลุมงานโฆษณาประเภทนี้หรือไม่
3. โฆษณาจะใช้ชื่อ โลโก้ หรือเพลงประกอบของตัวละครไหม
ยิ่งใช้องค์ประกอบของตัวละครมาก ความเสี่ยงยิ่งสูง เพลงและเสียงประกอบก็มีลิขสิทธิ์แยกต่างหาก
4. ใครรับผิดชอบถ้ามีปัญหา
ควรมีข้อสัญญาว่าผู้จ้างรับรองเรื่องสิทธิ์ และรับผิดชอบหากถูกฟ้อง
5. สิทธิ์ในภาพและวิดีโอเป็นของใคร
ตกลงให้ชัดว่าแบรนด์ใช้ภาพเราได้นานแค่ไหน ใช้ช่องทางไหนบ้าง และนำไปตัดต่อซ้ำได้หรือไม่
6. มีทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าไหม
เช่น ออกแบบตัวละครออริจินัลของแบรนด์เอง หรือแต่งชุดแนวคล้ายกันแต่ไม่ลอกเลียนตัวละครใดโดยตรง
ถ้าไม่มีใบอนุญาต ควรทำอย่างไร?
ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือ ปฏิเสธการใช้ตัวละครที่มีเจ้าของ แล้วเสนอทางเลือกอื่นให้แบรนด์ เช่น
-สร้างตัวละครออริจินัลร่วมกับแบรนด์ ซึ่งแบรนด์จะได้เป็นเจ้าของตัวละครเองในระยะยาว
-ใช้ชุดสไตล์แฟนตาซีทั่วไป ที่ไม่ได้ลอกลักษณะเด่นของตัวละครดัง
-แยกให้ชัดระหว่างงานส่วนตัว (แต่งคอสเพลย์ลงเพจตัวเอง) กับงานรีวิวสินค้าแบบไม่สวมบทตัวละคร
สรุป
คอสเพลย์เพื่อความสนุกทำได้สบายใจ แต่เมื่อไหร่ที่ นำตัวละครไปรับงานโฆษณา ต้องเช็กเสมอว่าใครเป็นเจ้าของ และแบรนด์ได้รับอนุญาตแล้วหรือยัง เพราะความเสี่ยงทั้งทางแพ่งและอาญาตกถึงตัวคอสเพลย์เยอร์ได้เช่นกัน หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาก่อนเซ็นสัญญาทุกครั้ง
📞 ปรึกษา PATENTTHAI ได้ที่ 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai