ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
เครื่องหมายการค้า 27 Sep 2026

ใช้ตัวเลขธรรมดาเป็นแบรนด์ ต้องออกแบบแค่ไหนถึงมีลักษณะบ่งเฉพาะ?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
ใช้ตัวเลขธรรมดาเป็นแบรนด์ ต้องออกแบบแค่ไหนถึงมีลักษณะบ่งเฉพาะ?

ตัวเลขธรรมดาจดเป็นเครื่องหมายการค้าได้ไหม?

คำตอบสั้น ๆ : คือ ถ้าเป็นตัวเลขพิมพ์ธรรมดา ส่วนใหญ่จดไม่ผ่าน แต่ถ้าออกแบบให้มีลักษณะพิเศษ หรือนำไปรวมกับองค์ประกอบอื่นที่โดดเด่น ก็มีโอกาสจดได้

เหตุผลคือ ตัวเลขอย่าง 1, 7, 42 หรือ 99 เป็นสิ่งที่ทุกคนใช้กันทั่วไป ใช้บอกจำนวน ขนาด รุ่น หรือราคา ถ้าให้ใครคนหนึ่งเป็นเจ้าของตัวเลขพื้น ๆ ไปเลย คนอื่นก็จะใช้ตัวเลขนั้นไม่ได้ ซึ่งไม่ยุติธรรม กฎหมายจึงกำหนดว่าเครื่องหมายการค้าต้องมี "ลักษณะบ่งเฉพาะ"

ลักษณะบ่งเฉพาะคืออะไร?

ลักษณะบ่งเฉพาะ คือ ความสามารถของเครื่องหมายในการทำให้คนเห็นแล้วรู้ทันทีว่า "สินค้านี้มาจากเจ้านี้" ไม่ใช่เจ้าอื่น

ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 7 ตัวเลขจะถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ เมื่อเป็น ตัวเลขที่ประดิษฐ์ขึ้น หมายความว่าต้องไม่ใช่ตัวเลขหน้าตาธรรมดาที่พิมพ์จากฟอนต์ทั่วไป แต่ต้องผ่านการออกแบบจนมีเอกลักษณ์ของตัวเอง

ลองนึกภาพง่าย ๆ ถ้าคุณพิมพ์ “42” ด้วยฟอนต์ปกติใน Word แล้วยื่นจด โอกาสถูกปฏิเสธสูงมาก แต่ถ้าคุณออกแบบเลข 4 กับ 2 ให้เส้นสายเชื่อมกันเป็นรูปทรงเฉพาะ มีสัญลักษณ์ซ่อนอยู่ หรือจัดวางในกรอบที่ไม่เหมือนใคร เรื่องจะเปลี่ยนไปทันที

ต้องออกแบบตัวเลขแค่ไหนถึงจะผ่าน?

หลักคิดง่าย ๆ คือ คนต้องจำ "หน้าตา" ได้ ไม่ใช่แค่จำ "ตัวเลข" ได้ การเปลี่ยนแค่สีหรือทำตัวหนาเพียงอย่างเดียวมักไม่พอ สิ่งที่ช่วยเพิ่มโอกาสจดผ่าน ได้แก่

1. ดีไซน์ตัวเลขใหม่จนเป็นภาพประดิษฐ์
ปรับรูปทรงของตัวเลขให้แตกต่างจากตัวเลขทั่วไปอย่างชัดเจน เช่น เลข 2 ที่ปลายหางเป็นรูปใบไม้ หรือเลข 4 ที่ช่องว่างตรงกลางกลายเป็นรูปหลอดไฟ

2. ใส่ภาพหรือโลโก้ประกอบ
นำตัวเลขไปอยู่ร่วมกับภาพประดิษฐ์ เช่น รูปสัตว์ การ์ตูนประจำแบรนด์ หรือสัญลักษณ์ที่คิดขึ้นเอง ภาพเหล่านี้ช่วยเพิ่มลักษณะบ่งเฉพาะให้เครื่องหมายทั้งชุด

3. รวมกับคำที่ประดิษฐ์ขึ้น
เช่น ใช้ “42” คู่กับคำที่ไม่มีความหมายในพจนานุกรม หรือคำที่ไม่ได้บรรยายตัวสินค้า วิธีนี้ทำให้เครื่องหมายมีจุดจำมากขึ้น

4. จัดองค์ประกอบให้มีเอกลักษณ์
การวางตำแหน่ง กรอบ เส้น หรือลวดลายที่เป็นแบบเฉพาะของแบรนด์ ช่วยทำให้ภาพรวมแตกต่างจากเครื่องหมายอื่น

สิ่งที่ควรระวังเมื่อใช้ตัวเลขเป็นแบรนด์

ตัวเลขที่บอกคุณสมบัติสินค้า เช่น “24” สำหรับร้านที่เปิด 24 ชั่วโมง หรือ “100” ที่สื่อถึงความบริสุทธิ์ 100% ตัวเลขแบบนี้ถือว่าบรรยายสินค้าตรง ๆ จดยากกว่าปกติ แม้จะออกแบบแล้วก็ตาม

ส่วนที่เป็นตัวเลขอาจถูกสั่งให้สละสิทธิ บางกรณีนายทะเบียนอาจรับจดเครื่องหมายทั้งชุด แต่ให้สละสิทธิในตัวเลข หมายความว่าคุณได้ความคุ้มครองในภาพรวมของโลโก้ แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของตัวเลขนั้นแต่เพียงผู้เดียว ถ้ามีคนอื่นใช้เลขเดียวกันในดีไซน์ที่ต่างออกไป อาจห้ามเขาไม่ได้

เครื่องหมายคล้ายกับของคนอื่น ตัวเลขมีจำนวนจำกัด โอกาสชนกับเครื่องหมายที่จดไว้แล้วจึงสูง ควรสืบค้นก่อนยื่นทุกครั้ง

ถ้าไม่ได้ออกแบบพิเศษ มีทางจดได้ไหม?

มีทาง แต่ยากกว่า กฎหมายเปิดช่องให้เครื่องหมายที่ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะในตอนแรก สามารถจดได้ หากพิสูจน์ได้ว่า มีการใช้อย่างแพร่หลายจนผู้บริโภคจดจำได้แล้ว ว่าตัวเลขนั้นหมายถึงแบรนด์ของคุณ

แต่การพิสูจน์ต้องใช้หลักฐานจำนวนมาก เช่น ยอดขายหลายปี งบโฆษณา สื่อที่ลงข่าว หรือพื้นที่ที่จำหน่าย ซึ่งแบรนด์ใหม่มักยังไม่มี การออกแบบให้มีเอกลักษณ์ตั้งแต่แรกจึงเป็นทางที่ง่ายและประหยัดกว่า

สรุป: ใช้ตัวเลขเป็นแบรนด์อย่างไรให้ปลอดภัย

ตัวเลขเป็นชื่อแบรนด์ที่จำง่ายและดูทันสมัย แต่ถ้าอยากได้ความคุ้มครองตามกฎหมาย ควรทำตามนี้

-อย่าใช้ตัวเลขพิมพ์ธรรมดาเพียงอย่างเดียว
-ออกแบบรูปทรงตัวเลขให้มีเอกลักษณ์ หรือรวมกับภาพและคำที่ประดิษฐ์ขึ้น
-หลีกเลี่ยงตัวเลขที่บรรยายคุณสมบัติสินค้า
-สืบค้นเครื่องหมายที่จดไว้แล้วก่อนยื่น
-ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาก่อนลงทุนทำโลโก้และบรรจุภัณฑ์

📞 ปรึกษา PATENTTHAI ได้ที่ 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai

บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี