คู่แข่งใช้กรรมวิธีที่จดสิทธิบัตร พิสูจน์อย่างไร เมื่อมองไม่เห็นในโรงงาน?
เจ้าของสิทธิบัตรกรรมวิธีการผลิตหลายคนเจอปัญหาเดียวกัน คู่แข่งออกสินค้าที่หน้าตาและคุณภาพเหมือนของเราแทบทุกอย่าง และขายถูกกว่า เรามั่นใจว่าเขาใช้วิธีผลิตแบบเดียวกับที่เราจดไว้ แต่ขั้นตอนการผลิตอยู่หลังกำแพงโรงงาน เราเข้าไปดูไม่ได้ แล้วจะพิสูจน์อย่างไร
ข่าวดี คือ กฎหมายไทยมีเครื่องมือช่วยเจ้าของสิทธิบัตรในเรื่องนี้ และยังมีวิธีเก็บหลักฐานจากภายนอกได้อีกหลายทาง
สิทธิบัตรกรรมวิธีคืออะไร ต่างจากสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์อย่างไร?
สิทธิบัตรกรรมวิธีคุ้มครอง "วิธีการทำ" เช่น ขั้นตอนการผลิต สูตรการผสม อุณหภูมิ หรือลำดับการแปรรูป ส่วนสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์คุ้มครอง "ตัวสินค้า"
ความยากของสิทธิบัตรกรรมวิธีคือ ถ้าเป็นสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ เราซื้อสินค้าคู่แข่งมาเทียบได้ทันที แต่กรรมวิธีเกิดขึ้นในโรงงาน คนนอกมองไม่เห็น
กฎหมายไทยช่วยเจ้าของสิทธิบัตรกรรมวิธีอย่างไร?
พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 (มาตรา 77 ตรี) มีหลักที่เรียกกันว่า "การผลักภาระการพิสูจน์" สรุปง่าย ๆ คือ
ถ้าเจ้าของสิทธิบัตรพิสูจน์ได้ว่าสินค้าของคู่แข่ง เหมือนหรือคล้าย กับสินค้าที่ได้จากกรรมวิธีที่จดสิทธิบัตรไว้ กฎหมายจะ สันนิษฐานไว้ก่อน ว่าคู่แข่งใช้กรรมวิธีของเรา จากนั้นคู่แข่งต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์เองว่าเขาใช้วิธีอื่นที่ต่างออกไป
หมายความว่าเจ้าของสิทธิบัตรไม่จำเป็นต้องเข้าไปเห็นในโรงงานก่อน แต่ต้องมีหลักฐานที่แสดงว่าสินค้าของคู่แข่งเหมือนกับสินค้าที่ได้จากกรรมวิธีของเรา
เก็บหลักฐานจากภายนอกโรงงานได้อย่างไรบ้าง?
1. ซื้อสินค้าคู่แข่งมาตรวจวิเคราะห์ในห้องแล็บ
นี่คือหลักฐานสำคัญที่สุด สินค้าที่ผลิตด้วยกรรมวิธีเฉพาะมักทิ้ง "ร่องรอย" ไว้ เช่น สารตกค้าง โครงสร้างผลึก ขนาดอนุภาค หรือสิ่งเจือปนบางชนิด ควรซื้อจากหน้าร้านจริง เก็บใบเสร็จ ถ่ายภาพ และส่งตรวจที่ห้องแล็บที่น่าเชื่อถือ
2. ตรวจสอบเอกสารที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
เช่น ฉลากสินค้า เอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) โบรชัวร์ เว็บไซต์ คลิปโฆษณา หรือข้อมูลที่คู่แข่งยื่นต่อหน่วยงานรัฐ บางครั้งคู่แข่งเปิดเผยขั้นตอนการผลิตเองโดยไม่รู้ตัว
3. ดูข้อมูลวัตถุดิบและเครื่องจักร
ถ้ากรรมวิธีของเราต้องใช้วัตถุดิบหรือเครื่องจักรเฉพาะ การที่คู่แข่งสั่งซื้อของแบบเดียวกันก็เป็นหลักฐานประกอบที่ดี
4. ข้อมูลจากอดีตพนักงานหรือคู่ค้า
ใช้ได้ แต่ต้องระวังเรื่องข้อตกลงรักษาความลับและวิธีได้มาซึ่งข้อมูล ควรปรึกษาทนายก่อนเสมอ
5. ขอศาลคุ้มครองพยานหลักฐานล่วงหน้า
ถ้ากังวลว่าหลักฐานจะถูกทำลายหรือยากต่อการนำมาแสดงภายหลัง สามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ สั่งคุ้มครองพยานหลักฐานได้ ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจสถานที่หรือยึดเอกสารและตัวอย่างสินค้า แม้ยังไม่ได้ยื่นฟ้องคดี
สิ่งที่ไม่ควรทำ
ไม่ควรแอบบุกรุกเข้าโรงงาน ไม่ควรจ้างคนเข้าไปขโมยข้อมูล และไม่ควรประกาศกล่าวหาคู่แข่งต่อสาธารณะก่อนมีหลักฐานชัดเจน เพราะอาจกลายเป็นว่าเราถูกฟ้องกลับในข้อหาบุกรุก ละเมิดความลับทางการค้า หรือหมิ่นประมาท และหลักฐานที่ได้มาโดยไม่ชอบอาจถูกศาลไม่รับฟังด้วย
เริ่มต้นอย่างไรเมื่อสงสัยว่าถูกละเมิด?
1.ตรวจว่าสิทธิบัตรของเรายังมีผลอยู่ และขอบเขตข้อถือสิทธิครอบคลุมสิ่งที่คู่แข่งทำจริง
2.ซื้อสินค้าคู่แข่งพร้อมเก็บหลักฐานการซื้อให้ครบ
3.ส่งตรวจวิเคราะห์เปรียบเทียบกับสินค้าของเรา
4.รวบรวมข้อมูลสาธารณะทั้งหมดที่หาได้
5.ปรึกษาทนายความด้านสิทธิบัตรเพื่อวางแผนว่าจะส่งหนังสือเตือน เจรจา หรือดำเนินคดี
สรุป
การพิสูจน์การละเมิดสิทธิบัตรกรรมวิธีไม่จำเป็นต้องเห็นกับตาในโรงงาน หัวใจสำคัญคือการเก็บหลักฐานจากตัวสินค้าและข้อมูลภายนอกอย่างเป็นระบบ ใช้หลักการผลักภาระการพิสูจน์ตามกฎหมาย และใช้กลไกของศาลเมื่อจำเป็น ยิ่งเริ่มเร็วและวางแผนกับผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่แรก โอกาสปกป้องสิทธิของคุณก็ยิ่งมาก
📞 ปรึกษา PATENTTHAI ได้ที่ 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai