รูปครอบครัวเก่าในอัลบั้มบ้านเรา ใครมีสิทธิ์ทำสำเนาและเผยแพร่?
หลายบ้านมีอัลบั้มรูปเก่าเก็บไว้ ทั้งรูปงานแต่งของพ่อแม่ รูปถ่ายรวมญาติที่ร้านถ่ายรูป หรือรูปที่คุณปู่ถ่ายไว้เองเมื่อหลายสิบปีก่อน พอวันหนึ่งอยากสแกนเก็บไว้ อยากโพสต์ลงโซเชียล หรืออยากให้ AI ช่วยลงสีให้สวยขึ้น ก็มักเกิดคำถามว่า "เราทำได้ไหม แล้วใครคือเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริง?"
ถือรูปไว้ในมือ ไม่ได้แปลว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
คำตอบสั้น ๆ: การมีรูปถ่ายอยู่ในอัลบั้มทำให้เราเป็นเจ้าของ "ตัวกระดาษ" แต่ลิขสิทธิ์ในภาพเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย ภาพถ่ายถือเป็น "งานศิลปกรรม" ประเภทหนึ่ง และโดยหลักแล้ว ผู้ที่ถ่ายภาพคือผู้สร้างสรรค์และเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ สิทธิ์นี้รวมถึงการทำซ้ำ (เช่น สแกน พิมพ์ใหม่) การดัดแปลง และการเผยแพร่ต่อสาธารณชน
เหมือนกับการซื้อหนังสือมาหนึ่งเล่ม เราเป็นเจ้าของเล่มนั้น แต่ไม่ได้มีสิทธิ์ถ่ายเอกสารไปขายต่อ
ถ้าเป็นรูปที่จ้างร้านถ่ายรูป ใครเป็นเจ้าของ?
โดยทั่วไปเป็นของ "ผู้ว่าจ้าง" คือครอบครัวเรา เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
กฎหมายไทยกำหนดว่า งานที่สร้างขึ้นตามการว่าจ้าง ลิขสิทธิ์ตกเป็นของผู้ว่าจ้าง ถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้เป็นอื่น ดังนั้นรูปที่พ่อแม่ไปจ้างร้านถ่ายภาพครอบครัว หรือจ้างช่างภาพงานแต่ง ลิขสิทธิ์มักเป็นของคนที่จ้าง ไม่ใช่ของช่างภาพ
แต่ถ้ามีสัญญาเขียนไว้ว่าช่างภาพยังถือลิขสิทธิ์ ก็ต้องเป็นไปตามสัญญานั้น
ถ้าคุณปู่คุณย่าถ่ายเอง แล้วท่านเสียชีวิตไปแล้วล่ะ?
ลิขสิทธิ์ตกทอดเป็นมรดกให้ทายาท
ลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่ง จึงส่งต่อทางมรดกได้ ถ้าคุณปู่เป็นคนถ่ายรูปเหล่านั้นเอง เมื่อท่านเสียชีวิต ลิขสิทธิ์ก็จะตกไปอยู่กับทายาทตามพินัยกรรมหรือตามกฎหมาย ซึ่งอาจมีหลายคน ในทางปฏิบัติ ถ้าจะนำรูปไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ควรคุยและขอความเห็นชอบจากพี่น้องหรือญาติที่เป็นทายาทร่วมด้วย จะช่วยลดปัญหาขัดแย้งในครอบครัวได้มาก
รูปเก่ามาก ๆ ยังมีลิขสิทธิ์อยู่ไหม?
อาจหมดอายุไปแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ภาพถ่ายมีอายุจำกัด
กฎหมายไทยให้ลิขสิทธิ์ในงานภาพถ่ายมีอายุ 50 ปีนับแต่วันที่ถ่าย แต่ถ้ามีการนำออกเผยแพร่ (โฆษณา) ในช่วงนั้น จะนับ 50 ปีจากการเผยแพร่ครั้งแรกแทน
ตัวอย่างเช่น รูปที่ถ่ายไว้ราวปี 2510 และไม่เคยนำออกเผยแพร่ที่ไหนเลย ลิขสิทธิ์ก็น่าจะหมดอายุไปแล้ว กลายเป็นงานที่ใครก็ใช้ได้ แต่อย่าลืมว่าการระบุปีที่ถ่ายของรูปเก่าทำได้ยาก ถ้าจะใช้ในเชิงธุรกิจ ควรตรวจสอบให้รอบคอบก่อน
สแกนเก็บไว้ดูเองในบ้าน ผิดไหม?
โดยทั่วไปไม่ผิด
กฎหมายมีข้อยกเว้นให้ใช้งานอันมีลิขสิทธิ์เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือในครอบครัวได้ ตราบที่ไม่กระทบการใช้ประโยชน์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ และไม่สร้างความเสียหายเกินสมควร การสแกนรูปเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ ทำสำรองไว้กันรูปเสื่อม หรือพิมพ์ใหม่แจกญาติในงานรวมญาติ จึงมักอยู่ในขอบเขตที่ทำได้
โพสต์ลงโซเชียล หรือใช้ AI ลงสีรูปเก่า ต้องระวังอะไร?
ถ้าเราไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ และใช้ในเชิงพาณิชย์ อาจมีความเสี่ยง
การโพสต์รูปครอบครัวลงเฟซบุ๊กเพื่อรำลึกความหลัง ในทางปฏิบัติแทบไม่มีปัญหา แต่ถ้าเริ่มนำไปใช้หารายได้ เช่น ทำหนังสือขาย ใช้เป็นภาพโฆษณาร้านค้า หรือทำสินค้าที่ระลึก ต้องแน่ใจก่อนว่าใครคือเจ้าของลิขสิทธิ์
ส่วนการใช้ AI ลงสี ซ่อมรอยขาด หรือปรับภาพให้คมชัด ถือเป็นการ "ดัดแปลง" ซึ่งเป็นสิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์เช่นกัน ถ้าทำเก็บไว้ดูเองไม่น่ากังวล แต่ถ้าจะนำไปเผยแพร่หรือขาย ก็ควรใช้หลักเดียวกัน
อย่าลืมเรื่องสิทธิ์ของ "คนในรูป"
นอกจากลิขสิทธิ์แล้ว คนที่ปรากฏในภาพก็มีสิทธิ์ในความเป็นส่วนตัวและชื่อเสียงของตัวเอง ถ้าเป็นรูปที่อาจทำให้คนในภาพอับอาย หรือนำหน้าเขาไปใช้โฆษณาสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเกิดปัญหาทางกฎหมายอื่นตามมาได้ แม้ตัวเราจะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ก็ตาม ทางที่ดีคือขออนุญาตญาติที่อยู่ในรูปก่อนโพสต์แบบสาธารณะ
สรุปง่าย ๆ ก่อนจะนำรูปเก่าไปใช้
ลองถามตัวเอง 4 ข้อนี้ ใครเป็นคนถ่าย (ญาติถ่ายเอง หรือจ้างร้าน) รูปถ่ายมานานกว่า 50 ปีหรือยัง จะใช้แค่ส่วนตัว หรือจะนำไปหารายได้ และคนในรูปยินยอมหรือไม่
ถ้าเก็บไว้ดูเองในครอบครัว แทบไม่ต้องกังวล แต่ถ้าจะใช้ในเชิงธุรกิจหรือเกิดข้อพิพาทระหว่างญาติ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อตรวจสอบให้ชัดเจน
📞 ปรึกษา PATENTTHAI ได้ที่ 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai