ลายมือชื่อบุคคลอื่น นำมาทำเครื่องหมายการค้าได้ไหม?
คำตอบสั้นๆ : ได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลายมือชื่อก่อน ถ้าไม่มีหนังสือยินยอม นายทะเบียนมีสิทธิ์ไม่รับจด และอาจถูกฟ้องร้องตามมาได้
หลายแบรนด์อยากได้โลโก้ที่ดูหรูและมีเอกลักษณ์ ลายเซ็นจึงเป็นตัวเลือกยอดนิยม เพราะลายมือของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดูเป็นงานคราฟต์ และสื่อถึงตัวตนได้ดี แต่ถ้าลายเซ็นนั้นไม่ใช่ของเราเอง เช่น ลายเซ็นของคุณพ่อผู้ก่อตั้งร้าน ลายเซ็นของเชฟชื่อดัง หรือลายเซ็นของดารา เรื่องนี้มีรายละเอียดที่ต้องรู้ก่อนลงมือ
ลายมือชื่อจดเป็นเครื่องหมายการค้าได้จริงหรือ?
จดได้ครับ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 7 ลายมือชื่อถือเป็นเครื่องหมายที่ "มีลักษณะบ่งเฉพาะ" แบบหนึ่ง คือคนเห็นแล้วแยกออกได้ว่าเป็นสินค้าของใคร โดยกฎหมายเปิดให้จดได้ 3 กรณี
1.ลายมือชื่อของผู้ขอจดทะเบียนเอง
2.ลายมือชื่อของเจ้าของกิจการเดิม เช่น ผู้ก่อตั้งร้านที่ส่งต่อกิจการให้ลูกหลาน
3.ลายมือชื่อของบุคคลอื่น โดยได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้นแล้ว
จะเห็นว่ากรณีที่ 3 คือหัวใจของเรื่องนี้ ใช้ลายเซ็นคนอื่นได้ แต่ "ต้องได้รับอนุญาต" เท่านั้น
ทำไมต้องขออนุญาต?
ลายมือชื่อผูกติดกับตัวบุคคลโดยตรง เวลาผู้บริโภคเห็นลายเซ็นของใครบนสินค้า เขาจะเข้าใจทันทีว่าคนนั้นรับรองหรือเกี่ยวข้องกับสินค้านั้น ถ้าเจ้าของลายเซ็นไม่รู้เรื่องเลย ก็เท่ากับเอาชื่อเสียงของเขามาใช้หาประโยชน์ และยังทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดด้วย
การขออนุญาตจึงช่วยปกป้องทั้ง 3 ฝ่าย คือ เจ้าของลายเซ็นไม่ถูกเอาชื่อไปใช้โดยไม่รู้ตัว ผู้บริโภคไม่ถูกหลอก และเจ้าของแบรนด์มีหลักฐานชัดเจนว่าใช้อย่างถูกต้อง
ถ้าไม่ขออนุญาต จะเกิดอะไรขึ้น?
ยื่นจดไม่ผ่าน นายทะเบียนอาจปฏิเสธคำขอ เพราะเครื่องหมายไม่เข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เสียทั้งเวลาและค่าธรรมเนียม
ถูกเพิกถอนภายหลัง ต่อให้หลุดรอดจดผ่านไปได้ เจ้าของลายเซ็นหรือผู้มีส่วนได้เสียก็สามารถร้องขอให้เพิกถอนได้ แบรนด์ที่ลงทุนทำการตลาดมาหลายปีอาจต้องเปลี่ยนโลโก้ใหม่ทั้งหมด
ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย การเอาชื่อหรือลายเซ็นคนอื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิในชื่อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือเป็นการลวงขายสินค้าว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลนั้น
อาจมีความผิดทางอาญา ถ้าเป็นการเลียนลายเซ็นเพื่อให้คนอื่นหลงเชื่อจนเกิดความเสียหาย อาจเข้าข่ายความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264-266 ได้
ตัวอย่างสถานการณ์ที่เจอบ่อย
ใช้ลายเซ็นคุณพ่อผู้ก่อตั้งร้าน ถ้าคุณพ่อยังมีชีวิตอยู่ ให้ท่านเซ็นหนังสือยินยอม ถ้าเป็นเจ้าของกิจการเดิมที่ส่งต่อกิจการมาให้ ก็เข้ากรณีที่กฎหมายเปิดช่องไว้ แต่ควรมีหลักฐานการโอนกิจการให้ชัดเจน
ใช้ลายเซ็นดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ ต้องมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุให้ชัดว่าอนุญาตให้ใช้ลายเซ็นเป็นเครื่องหมายการค้า กับสินค้าประเภทไหน และถ้าเลิกร่วมงานกันจะจัดการเครื่องหมายอย่างไร
ใช้ลายเซ็นหุ้นส่วน ควรตกลงตั้งแต่แรกว่าเครื่องหมายเป็นของบริษัทหรือของบุคคล เพราะถ้าวันหนึ่งหุ้นส่วนแยกทางกัน มักเกิดข้อพิพาทเรื่องใครมีสิทธิ์ใช้ลายเซ็นต่อ
ลายเซ็นบุคคลในประวัติศาสตร์หรือผู้ที่เสียชีวิตแล้ว กรณีนี้ซับซ้อนกว่าปกติ อาจต้องได้รับความยินยอมจากทายาท และบางกรณีอาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน
ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนยื่นจด
1.ขอหนังสือยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุชื่อผู้อนุญาต ผู้รับอนุญาต และขอบเขตการใช้ให้ชัดเจน
2.แนบสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของลายมือชื่อ เพื่อยืนยันตัวตน
3.ตรวจสอบว่ามีคนจดเครื่องหมายคล้ายกันไว้แล้วหรือไม่ ค้นได้จากฐานข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
4.เลือกจำพวกสินค้าหรือบริการให้ครอบคลุม ธุรกิจปัจจุบันและที่จะขยายในอนาคต
5.ทำสัญญาแยกเรื่องการใช้ชื่อและภาพลักษณ์ ถ้าเจ้าของลายเซ็นเป็นคนมีชื่อเสียง เพื่อป้องกันปัญหาภายหลัง
สรุป
ลายมือชื่อเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีเสน่ห์และจดทะเบียนได้ แต่ถ้าไม่ใช่ลายเซ็นของเราเอง ต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของทุกครั้ง การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่วันแรก ช่วยให้ยื่นจดผ่านง่ายขึ้น และป้องกันไม่ให้แบรนด์ที่สร้างมาอย่างยากลำบากต้องสะดุดในวันข้างหน้า
หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องหมายการค้าก่อนยื่นจด จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก
📞 ปรึกษา PATENTTHAI ได้ที่ 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai