ใช้นามสกุลเป็นแบรนด์ ต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้าง?
หลายคนอยากตั้งชื่อแบรนด์ด้วยนามสกุลของตัวเอง เพราะดูน่าเชื่อถือ มีเรื่องราว และแสดงว่าเจ้าของกล้ารับผิดชอบสินค้าเต็มที่ ร้านทองเก่าแก่ ร้านอาหารรุ่นคุณปู่ หรือแบรนด์แฟชั่นระดับโลกหลายเจ้าก็ใช้ชื่อสกุลของผู้ก่อตั้งทั้งนั้น
คำถามคือ แค่เป็นนามสกุลของเรา ก็จดเป็นเครื่องหมายการค้าได้เลยหรือเปล่า? คำตอบสั้น ๆ คือ "จดได้ แต่ต้องผ่านเงื่อนไขบางข้อ" บทความนี้จะอธิบายแบบภาษาง่าย ๆ ว่ามีอะไรบ้าง
นามสกุลจดเป็นเครื่องหมายการค้าได้ไหม?
ได้ ตามกฎหมายเครื่องหมายการค้าของไทย ชื่อสกุลของบุคคลสามารถจดทะเบียนได้ ถ้านามสกุลนั้น "ไม่ได้มีความหมายแบบคำธรรมดาทั่วไป" และไม่ได้บอกลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง
พูดง่าย ๆ คือ นายทะเบียนจะดูว่าเมื่อคนทั่วไปเห็นคำนั้นแล้ว เขาจะมองว่าเป็น "ชื่อแบรนด์" ที่แยกแยะสินค้าของเราออกจากเจ้าอื่นได้หรือไม่ ซึ่งเรียกว่า "ลักษณะบ่งเฉพาะ"
เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้ก่อนใช้นามสกุลเป็นแบรนด์
1. นามสกุลต้องไม่เป็นคำที่มีความหมายทั่วไป
นามสกุลไทยส่วนใหญ่ตั้งขึ้นเฉพาะครอบครัว จึงมักไม่ซ้ำใครและมีโอกาสจดได้ดี แต่บางนามสกุลบังเอิญเป็นคำที่ใช้กันในชีวิตประจำวัน เช่น นามสกุลที่แปลว่า "ใจดี" "รุ่งเรือง" หรือ "มั่งมี" คำแบบนี้คนทั่วไปอาจมองว่าเป็นคำธรรมดา ไม่ใช่ชื่อเฉพาะ ทำให้จดยากขึ้น
2. ต้องไม่บรรยายสินค้าโดยตรง
ถ้านามสกุลไปตรงกับคำที่อธิบายสินค้า เช่น นามสกุลมีคำว่า "หอม" แล้วเอาไปใช้กับน้ำหอม หรือมีคำว่า "หวาน" แล้วใช้กับขนม นายทะเบียนอาจมองว่าเป็นคำบรรยายสินค้า ไม่ใช่ชื่อแบรนด์
3. ต้องไม่ซ้ำหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่มีคนจดไว้แล้ว
ต่อให้เป็นนามสกุลของเราเองแท้ ๆ แต่ถ้ามีคนอื่นจดคำเดียวกันหรือคล้ายกันไว้ก่อนในสินค้าประเภทเดียวกัน เราก็อาจจดไม่ได้ กฎหมายไทยใช้หลัก "ใครยื่นก่อนได้สิทธิ์ก่อน" ความเป็นเจ้าของนามสกุลไม่ได้ทำให้มีสิทธิ์เหนือกว่าโดยอัตโนมัติ
4. ระวังนามสกุลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญหรือสถาบัน
นามสกุลที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง นามสกุลพระราชทาน หรือนามสกุลที่ผูกกับบุคคลมีชื่อเสียง อาจมีข้อจำกัดเพิ่มเติม หรือทำให้คนเข้าใจผิดว่าสินค้าเกี่ยวข้องกับบุคคลนั้น กรณีแบบนี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นเสมอ
ญาติที่ใช้นามสกุลเดียวกัน จะมีปัญหาไหม?
นี่คือจุดที่หลายคนมองข้าม นามสกุลหนึ่งมักมีญาติใช้ร่วมกันหลายคน ถ้าเราจดเป็นเครื่องหมายการค้าแล้ว ญาติที่ทำธุรกิจประเภทเดียวกันอาจเกิดข้อขัดแย้งได้ เช่น ต่างคนต่างอยากใช้ชื่อสกุลเปิดร้านแบบเดียวกัน
คำแนะนำคือ คุยกันในครอบครัวให้ชัดก่อนจดทะเบียน ว่าใครจะเป็นเจ้าของ ใครใช้ได้ในขอบเขตไหน และถ้าทำธุรกิจร่วมกัน อาจจดในนามบริษัทแทนนามบุคคล เพื่อลดปัญหาในอนาคต
วิธีเพิ่มโอกาสให้นามสกุลจดผ่านง่ายขึ้น
ถ้ากังวลว่านามสกุลของเราอาจไม่ผ่านเพราะเป็นคำทั่วไป มีหลายวิธีที่ช่วยได้
-ออกแบบโลโก้ให้โดดเด่น การจดนามสกุลพร้อมรูปแบบตัวอักษรหรือสัญลักษณ์เฉพาะตัว ช่วยเพิ่มลักษณะบ่งเฉพาะ
-เพิ่มคำหรือองค์ประกอบอื่น เช่น ใส่ชื่อจริง อักษรย่อ หรือคำที่สร้างขึ้นเองประกอบกับนามสกุล
-ตรวจสอบก่อนยื่น ค้นหาในฐานข้อมูลเครื่องหมายการค้าของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ว่ามีคำซ้ำหรือคล้ายหรือไม่
-เลือกจำพวกสินค้าให้ถูกต้อง ต้องระบุประเภทสินค้าหรือบริการให้ครอบคลุมสิ่งที่จะขายจริง
ใช้นามสกุลเป็นแบรนด์ ข้อดีมีอะไรบ้าง?
ข้อดีที่ชัดที่สุด คือ ความน่าเชื่อถือ ลูกค้ารู้สึกว่ามีเจ้าของตัวจริงอยู่เบื้องหลัง และช่วยเล่าเรื่องราวของแบรนด์ได้ง่าย เช่น เป็นสูตรของครอบครัว หรือสืบทอดหลายรุ่น นอกจากนี้นามสกุลไทยส่วนใหญ่มีเอกลักษณ์ จึงจำง่ายและไม่ค่อยซ้ำใคร
แต่ก็ต้องคิดเผื่อระยะยาวด้วย หากวันหนึ่งต้องการขายกิจการ แบรนด์ที่เป็นนามสกุลอาจขายแยกยากกว่าแบรนด์ที่ตั้งชื่อขึ้นใหม่ เพราะผูกกับตัวบุคคลและครอบครัวอยู่
สรุป
การใช้นามสกุลเป็นแบรนด์เป็นไอเดียที่ดี เพราะสร้างความน่าเชื่อถือและมีเรื่องราว แต่ก่อนจดทะเบียนต้องเช็กให้แน่ใจว่านามสกุลไม่ใช่คำทั่วไป ไม่บรรยายสินค้า ไม่ซ้ำกับของคนอื่น และไม่มีประเด็นขัดแย้งกับครอบครัว หากไม่แน่ใจ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องหมายการค้าตั้งแต่แรก จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก
📞 ปรึกษา PATENTTHAI ได้ที่ 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai