ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ลิขสิทธิ์ 27 Sep 2026

เชิญแขกมาออกพอดแคสต์แล้ว ตัดคลิปคำพูดไปยิงโฆษณาได้เลยไหม?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
เชิญแขกมาออกพอดแคสต์แล้ว ตัดคลิปคำพูดไปยิงโฆษณาได้เลยไหม?

เชิญแขกมาออกพอดแคสต์แล้ว ตัดคลิปคำพูดไปยิงโฆษณาได้เลยไหม? เรื่องที่ครีเอเตอร์และแบรนด์ควรรู้ก่อนโดนฟ้อง

คำตอบสั้น ๆ: ได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากแขกก่อน

แขกตกลงมาออกรายการของเรา ไม่ได้แปลว่าเขาตกลงให้เอาหน้า เสียง และคำพูดของเขาไปทำโฆษณาด้วย สองเรื่องนี้แยกกัน ถ้าจะตัดคลิปไปยิงแอดบน Facebook, TikTok หรือ YouTube ควรมีความยินยอมจากแขกเป็นลายลักษณ์อักษร ที่ระบุชัดว่าอนุญาตให้ใช้เพื่อการโฆษณา

ถ้าไม่มี อาจเจอปัญหาได้ทั้งเรื่องลิขสิทธิ์ ข้อมูลส่วนบุคคล และการละเมิดสิทธิ์ส่วนตัว

ทำไมแค่ "มาออกรายการ" ถึงยังไม่พอ?

ลองนึกภาพแบบนี้ แขกมาคุยกับเราเพราะอยากแบ่งปันความรู้ เขาคิดว่าคลิปจะอยู่ในช่องพอดแคสต์ แต่วันหนึ่งเขาเห็นหน้าตัวเองโผล่ในโฆษณาขายคอร์สหรือขายสินค้า เหมือนเขากำลังรับรองแบรนด์เราอยู่ ทั้งที่ไม่เคยตกลงเรื่องนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เราเอาตัวตนของเขาไปใช้หาเงินเกินกว่าที่เขาเข้าใจไว้ตอนแรก นี่คือจุดที่กฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง

กฎหมายอะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง?

1. ลิขสิทธิ์ในคำพูดของแขก

ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ของไทย คำพูดอย่างปาฐกถาหรือคำบรรยายถือเป็น "งานวรรณกรรม" ได้ ถ้าแขกพูดสิ่งที่เป็นความคิดและการเรียบเรียงของเขาเอง เขาอาจเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในคำพูดนั้น

ส่วนเจ้าของรายการก็มีสิทธิ์ในไฟล์เสียงหรือวิดีโอที่ตัวเองอัด แต่การมีสิทธิ์ในไฟล์ ไม่ได้ทำให้เราเอาเนื้อหาของคนอื่นไปใช้เชิงพาณิชย์ได้ทุกแบบ

2. สิทธินักแสดง

กฎหมายลิขสิทธิ์ยังคุ้มครอง "สิทธินักแสดง" ซึ่งรวมถึงคนที่กล่าวหรือแสดงออกต่อหน้ากล้อง การเอาการแสดงของเขาไปเผยแพร่ในรูปแบบอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายละเมิดได้

3. PDPA หรือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ใบหน้าและเสียงที่ระบุตัวตนได้ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การเก็บและใช้ต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับ และต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ ถ้าตอนแรกบอกแค่ว่า "อัดลงพอดแคสต์" แล้วภายหลังเอาไปทำโฆษณา ถือว่าใช้เกินวัตถุประสงค์เดิม ควรขอความยินยอมใหม่ให้ชัดเจน

4. การละเมิดและหมิ่นประมาท

ถ้าตัดคลิปจนความหมายผิดไปจากที่แขกตั้งใจพูด หรือทำให้คนเข้าใจว่าแขกรับรองสินค้าที่เขาไม่เคยรับรอง แขกอาจเสียชื่อเสียงและเรียกร้องค่าเสียหายได้ นอกจากนี้ การทำโฆษณาที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดยังเสี่ยงต่อกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคด้วย

ความเสี่ยงที่เจอได้จริง

-แขกแจ้งลบคลิปหรือรีพอร์ตโฆษณา ทำให้แอดโดนปิดกลางแคมเปญ
-ถูกเรียกค่าเสียหายหรือค่าใช้สิทธิ์ย้อนหลัง
-ความสัมพันธ์กับแขกพัง และเสียภาพลักษณ์ในวงการ
-ถูกร้องเรียนเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล

เงินที่ประหยัดได้จากการไม่ทำสัญญา อาจน้อยกว่าค่าเสียหายที่ต้องจ่ายทีหลังหลายเท่า

วิธีทำให้ถูกต้องตั้งแต่แรก

ทำหนังสือยินยอม (Release Form) ก่อนอัดรายการ ควรระบุให้ชัดว่า

-อนุญาตให้ใช้ภาพ เสียง และคำพูดได้ในช่องทางไหนบ้าง
-อนุญาตให้ตัดต่อหรือย่อคลิปหรือไม่
-อนุญาตให้ใช้ทำโฆษณาแบบเสียเงิน (Paid Ads) หรือไม่
-ใช้ได้นานแค่ไหน และพื้นที่ไหน
-มีค่าตอบแทนหรือไม่
-ถ้าแขกขอถอนความยินยอมภายหลัง จะจัดการอย่างไร

ให้แขกดูคลิปก่อนยิงแอด ช่วยลดปัญหาเรื่องตัดคำพูดผิดบริบท และทำให้แขกสบายใจ

อย่าทำให้ดูเหมือนแขกรับรองสินค้า ถ้าไม่ได้ตกลงกันเรื่องนี้ไว้โดยตรง

เก็บหลักฐานความยินยอมไว้เสมอ ทั้งสัญญาที่เซ็นแล้ว อีเมล หรือแชตที่ยืนยัน

สรุป

เชิญแขกมาออกพอดแคสต์แล้วตัดคลิปไปยิงโฆษณาได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากแขกอย่างชัดเจนก่อน วิธีที่ง่ายที่สุดคือทำหนังสือยินยอมตั้งแต่ก่อนอัดรายการ ระบุให้ครบว่าใช้อะไร ที่ไหน นานแค่ไหน แค่นี้ก็ทำคอนเทนต์และยิงแอดได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องถูกฟ้องทีหลัง

หากต้องการให้ช่วยร่างหนังสือยินยอมสำหรับแขกรับเชิญ หรือตรวจสัญญาก่อนใช้งานจริง ปรึกษาทีมกฎหมายของ PatentThai ได้

📞 ปรึกษา PATENTTHAI ได้ที่ 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai

บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี