ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
เครื่องหมายการค้า 27 Sep 2026

คำที่คิดขึ้นใหม่ จดเครื่องหมายการค้าได้ง่ายกว่าคำบรรยายเสมอไหม?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
คำที่คิดขึ้นใหม่ จดเครื่องหมายการค้าได้ง่ายกว่าคำบรรยายเสมอไหม?

คำที่คิดขึ้นใหม่ จดเครื่องหมายการค้าได้ง่ายกว่าคำบรรยายเสมอไหม?

คำตอบสั้นๆ: ส่วนใหญ่ "ใช่" คำที่คิดขึ้นใหม่ (คำประดิษฐ์) มักผ่านการจดเครื่องหมายการค้าได้ง่ายกว่าคำที่บรรยายตัวสินค้า เพราะกฎหมายถือว่ามี "ลักษณะบ่งเฉพาะ" ในตัว แต่ "ไม่เสมอไป" ถ้าคำนั้นไปคล้ายเครื่องหมายของคนอื่น ออกเสียงแล้วยังสื่อถึงสินค้าตรงๆ หรือเป็นคำต้องห้าม ก็ถูกปฏิเสธได้เหมือนกัน

ทำไมคำบรรยายถึงจดยาก?

ลองนึกภาพร้านขายน้ำผลไม้ที่อยากจดชื่อว่า "น้ำส้มสด" ถ้าจดได้ ร้านอื่นทั้งประเทศก็จะใช้คำว่า "น้ำส้มสด" บอกลูกค้าไม่ได้ ซึ่งไม่ยุติธรรม

กฎหมายเครื่องหมายการค้าจึงวางหลักว่า เครื่องหมายต้องมี "ลักษณะบ่งเฉพาะ" คือคนเห็นแล้วรู้ว่าสินค้านี้มาจากเจ้าของรายไหน ไม่ใช่แค่บอกว่าสินค้าคืออะไร คำที่บรรยายลักษณะ คุณภาพ ส่วนประกอบ หรือประโยชน์ของสินค้าโดยตรง เช่น "อร่อย" "สะอาด" "ขาวใส" "ทนทาน" จึงมักถูกนายทะเบียนปฏิเสธ เพราะเป็นคำที่ทุกคนในวงการควรมีสิทธิ์ใช้

ทำไมคำที่คิดขึ้นใหม่ถึงได้เปรียบ?

คำที่คิดขึ้นเอง ไม่มีความหมายในพจนานุกรม และไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับตัวสินค้า กฎหมายไทยตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ระบุไว้ว่า คำที่ประดิษฐ์ขึ้นถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ เพราะคนจะจดจำคำนั้นกับแบรนด์ของคุณได้ทันที ไม่มีความหมายอื่นมาแย่ง

ตัวอย่างที่คนรู้จักกันดีทั่วโลกคือ Kodak และ Xerox ทั้งสองคำไม่มีความหมายมาก่อน แต่กลายเป็นแบรนด์ที่แข็งแรงมาก

ข้อดีของคำประดิษฐ์มีอยู่ 3 อย่างหลักๆ คือ ผ่านเกณฑ์ลักษณะบ่งเฉพาะได้ง่าย, ได้รับความคุ้มครองที่กว้างและชัดเจน เพราะไม่มีใครอ้างได้ว่า "ใช้คำนี้บรรยายสินค้าตามปกติ", และโอกาสชนกับเครื่องหมายที่มีอยู่แล้วก็น้อยกว่าคำทั่วไป

แต่ "ไม่เสมอไป" เพราะอะไร?

นี่คือจุดที่หลายคนพลาด คิดว่าแค่ตั้งชื่อแปลกๆ ก็จดผ่านแน่นอน ความจริงมีกับดักอยู่หลายข้อ

1. ไปคล้ายเครื่องหมายของคนอื่น
ต่อให้คุณคิดคำขึ้นเองจริงๆ แต่ถ้าออกเสียงหรือหน้าตาคล้ายเครื่องหมายที่มีคนจดไว้แล้วในสินค้าประเภทเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน จนผู้บริโภคอาจสับสน ก็ถูกปฏิเสธได้ นี่เป็นสาเหตุที่คำขอถูกตีกลับบ่อยที่สุดข้อหนึ่ง

2. สะกดแปลก แต่ความหมายยังเดิม
การเปลี่ยนตัวสะกดคำบรรยายให้ดูเหมือนคำใหม่ เช่น เขียน “Clean” เป็น “Kleen” หรือ “Fresh” เป็น “Fresh-z” นายทะเบียนมักมองว่ายังสื่อความหมายเดิมเมื่ออ่านออกเสียง จึงยังถือเป็นคำบรรยายอยู่ดี

3. เอาคำบรรยายมาต่อกันเฉยๆ
คำผสมอย่าง “SuperClean” หรือ "ขาวไวใส" ถึงจะไม่มีในพจนานุกรม แต่ทุกส่วนยังบรรยายสินค้า โอกาสผ่านจึงต่ำ

4. เป็นคำต้องห้ามตามกฎหมาย
เช่น คำที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี คำที่ทำให้เข้าใจผิดเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้า หรือคำที่เกี่ยวกับสถาบันสำคัญ แม้จะคิดขึ้นใหม่ก็จดไม่ได้

แล้วคำบรรยายจดไม่ได้เลยหรือ?

ไม่ถึงขนาดนั้น มีทางออกอยู่ 2 ทาง

ทางแรก คือ ใช้คำบรรยายคู่กับส่วนที่บ่งเฉพาะ เช่น โลโก้ หรือชื่อแบรนด์ แล้วยอม "สละสิทธิ์" ในส่วนคำบรรยาย ซึ่งคุณจะได้ความคุ้มครองเฉพาะภาพรวม ไม่ใช่ตัวคำนั้น

ทางที่สอง คือ พิสูจน์ว่าคำนั้นมี "ลักษณะบ่งเฉพาะจากการใช้" หมายความว่าใช้มานานและแพร่หลายจนคนทั่วไปเห็นคำนี้แล้วนึกถึงแบรนด์คุณทันที แต่ต้องมีหลักฐานการใช้จริงจำนวนมาก ใช้เวลานาน และไม่มีอะไรรับประกันว่าจะผ่าน

เคล็ดลับตั้งชื่อแบรนด์ให้จดง่ายและขายได้

คำประดิษฐ์ล้วนๆ จดง่ายที่สุด แต่ข้อเสียคือคนไม่รู้ว่าขายอะไร ต้องใช้งบสร้างการจดจำมากกว่า ทางสายกลางที่นิยมคือ "คำชี้แนะ" คือคำที่ทำให้คนนึกถึงคุณสมบัติสินค้าแบบอ้อมๆ ต้องใช้จินตนาการนิดหนึ่ง ไม่ได้บอกตรงๆ คำแบบนี้มักจดได้และยังช่วยการตลาดด้วย

ก่อนยื่นคำขอ ควรทำ 3 อย่าง คือ ตรวจค้นฐานข้อมูลเครื่องหมายการค้าของกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่ามีคำคล้ายกันหรือไม่, ลองอ่านออกเสียงดูว่าสื่อถึงสินค้าตรงๆ หรือเปล่า, และเลือกจำพวกสินค้าหรือบริการให้ตรงกับธุรกิจจริง

สรุป

คำที่คิดขึ้นใหม่เป็นจุดเริ่มต้นที่ได้เปรียบที่สุดในการจดเครื่องหมายการค้า แต่ไม่ใช่ใบผ่านทางอัตโนมัติ สิ่งที่ตัดสินจริงๆ คือ คำนั้นต้องบ่งเฉพาะ ไม่ซ้ำหรือคล้ายใคร และไม่ขัดกฎหมาย วางแผนตั้งชื่อให้ดีตั้งแต่วันแรก จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในระยะยาว

📞 ปรึกษา PATENTTHAI ได้ที่ 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai

บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี