อุทธรณ์เครื่องหมายการค้า: ได้รับคำสั่งปฏิเสธแล้ว ต้องอ่านประเด็นไหนก่อนยื่นอุทธรณ์
ถ้าคุณเพิ่งได้รับหนังสือจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาแจ้งว่า "ปฏิเสธการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า" ยังไม่ต้องตกใจ และไม่ควรรีบยื่นคำขอใหม่ทันที ยังยื่นอุทธรณ์ได้ แต่ก่อนเขียนอุทธรณ์ต้องอ่านคำสั่งให้เข้าใจก่อนว่านายทะเบียนปฏิเสธด้วยเหตุผลอะไร เพราะเหตุผลแต่ละแบบต้องแก้ด้วยวิธีที่ต่างกัน
คำสั่งปฏิเสธเครื่องหมายการค้าคืออะไร
คือคำสั่งของนายทะเบียนที่ตรวจคำขอแล้วเห็นว่าเครื่องหมายของคุณจดทะเบียนไม่ได้ตามกฎหมาย ตามมาตรา 18 ของ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าเมื่อนายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายจดทะเบียนไม่ได้ โดยต้องยื่นภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง ถ้าเลยกำหนด คำขอนั้นจะจบไปเลย
ประเด็นที่ 1: ดูว่าถูกปฏิเสธด้วย "เหตุผลอะไร"
นี่คือเรื่องสำคัญที่สุด ในหนังสือจะระบุมาตราที่นายทะเบียนใช้ ส่วนใหญ่มักเป็น 3 กลุ่มนี้
ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ (มาตรา 7) คือชื่อหรือโลโก้ธรรมดาเกินไป เช่น เป็นคำที่บอกคุณภาพหรือลักษณะสินค้าตรง ๆ อย่าง "อร่อยดี" สำหรับขนม หรือเป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ กรณีนี้อุทธรณ์ได้ด้วยการอธิบายว่าคำนั้นไม่ได้สื่อถึงสินค้าโดยตรง หรือแสดงหลักฐานว่าใช้มานานจนผู้บริโภครู้จักว่าเป็นแบรนด์ของคุณ
เป็นเครื่องหมายต้องห้าม (มาตรา 8) เช่น ใช้ตราสัญลักษณ์ของรัฐ ชื่อพระบรมวงศานุวงศ์ หรือคำที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด กรณีนี้อุทธรณ์ยากกว่า มักต้องพิจารณาว่าควรปรับเครื่องหมายใหม่หรือไม่
เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของคนอื่น (มาตรา 13) เป็นเหตุที่พบบ่อยที่สุด นายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายของคุณคล้ายกับที่มีคนจดไว้แล้ว จนอาจทำให้ผู้บริโภคสับสน
ประเด็นที่ 2: ถ้าถูกมองว่าคล้าย ให้เทียบทีละจุด
กรณีมาตรา 13 ให้หาเลขทะเบียนของเครื่องหมายที่ถูกอ้างถึงมาดูคู่กัน แล้วเทียบ 3 เรื่อง
-รูปลักษณ์ โลโก้ สี ตัวอักษร การจัดวางต่างกันแค่ไหน
-เสียงเรียกขาน อ่านออกเสียงแล้วคล้ายกันหรือไม่ เพราะคนไทยมักจำแบรนด์จากการพูดต่อกัน
-สินค้าหรือบริการ อยู่จำพวกเดียวกันหรือเปล่า และขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันหรือไม่
บางครั้งชื่อคล้ายกันจริง แต่ขายสินค้าคนละประเภท ช่องทางขายต่างกัน กลุ่มลูกค้าก็ไม่ทับกัน แบบนี้มีน้ำหนักพอให้โต้แย้งได้
ประเด็นที่ 3: ดูว่าคำสั่งปฏิเสธ "ทั้งหมด" หรือ "บางส่วน"
บางคำสั่งปฏิเสธเฉพาะบางรายการสินค้า ไม่ได้ปฏิเสธทั้งคำขอ หรือให้แก้ไขบางอย่าง เช่น ให้ตัดรายการสินค้าที่ทับซ้อนออก หรือให้สละสิทธิ์ในคำทั่วไปบางคำ การอ่านส่วนนี้ให้ละเอียดช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรอุทธรณ์ทั้งหมด หรือยอมปรับบางส่วนเพื่อให้จดทะเบียนได้เร็วขึ้น
ประเด็นที่ 4: เตรียมหลักฐานที่ช่วยให้อุทธรณ์มีน้ำหนัก
การเขียนว่า "ไม่เห็นด้วย" อย่างเดียวไม่พอ ควรมีหลักฐานประกอบ เช่น
-ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หรือยอดขายที่แสดงว่าใช้แบรนด์มานาน
-ภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ หน้าร้าน โฆษณา และโซเชียลมีเดีย
-ข่าว รีวิว หรือรางวัลที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก
-ตัวอย่างเครื่องหมายที่คล้ายกันแต่จดทะเบียนอยู่ร่วมกันได้ในจำพวกเดียวกัน
-ถ้าคณะกรรมการยังยืนตามคำสั่งเดิม ทำอะไรได้อีก
กฎหมายเขียนว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด แต่ในทางปฏิบัติ เจ้าของเครื่องหมายจำนวนมากนำคดีไปฟ้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง และศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่าคำวินิจฉัยจะถือเป็นที่สุดก็ต่อเมื่อถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น จึงยังมีทางไปต่อ แต่ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายมากขึ้น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
สรุป
ได้รับคำสั่งปฏิเสธเครื่องหมายการค้าแล้ว ให้ทำ 4 อย่าง คือ อ่านว่าถูกปฏิเสธด้วยมาตราอะไร เทียบความคล้ายทีละจุด เช็กว่าถูกปฏิเสธทั้งหมดหรือบางส่วน และรวบรวมหลักฐานให้พร้อม จากนั้นยื่นอุทธรณ์ให้ทันภายใน 60 วัน ถ้าไม่แน่ใจว่าคดีของคุณมีโอกาสแค่ไหน ส่งคำสั่งปฏิเสธมาให้ทีม PatentThai ช่วยประเมินก่อนตัดสินใจได้
หากไม่แน่ใจว่าโลโก้ของคุณควรจดแบบไหน หรือต้องเลือกจำพวกใดบ้าง ทีมงาน PatentThai พร้อมให้คำปรึกษา
📞 โทร 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai