ติดคำว่า “Patent Pending” บนสินค้าไทย หมายความว่าคุ้มครองแล้วหรือยัง?
คำตอบสั้น ๆ: ยังไม่คุ้มครองเต็มที่ คำว่า Patent Pending แปลว่า "อยู่ระหว่างการยื่นขอรับสิทธิบัตร" คือเจ้าของยื่นคำขอแล้ว แต่ยังไม่ได้รับสิทธิบัตร ช่วงนี้ยังฟ้องคนที่ลอกเลียนแบบไม่ได้ทันที แต่คำนี้มีประโยชน์ในการเตือนคู่แข่งว่า "สินค้านี้กำลังจะได้รับการคุ้มครอง"
หลายคนเห็นคำนี้บนกล่องสินค้าแล้วเข้าใจว่าจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่ใช่ บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจแบบง่าย ๆ ว่าคำนี้หมายถึงอะไร ใช้ได้เมื่อไหร่ และควรระวังอะไรบ้าง
Patent Pending คืออะไร?
Patent Pending มาจากภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวว่า "สิทธิบัตรรอดำเนินการ" ใช้บอกว่าผู้ประดิษฐ์ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว และคำขออยู่ในขั้นตอนตรวจสอบ
ลองนึกภาพว่าคุณสมัครเรียนมหาวิทยาลัย ยื่นใบสมัครแล้วแต่ยังไม่ประกาศผล คุณยังไม่ใช่นักศึกษาเต็มตัว แต่ก็มีชื่ออยู่ในระบบแล้ว Patent Pending ก็คล้ายกัน คือ "ยื่นแล้ว แต่ยังไม่ได้"
ติด Patent Pending แล้วคุ้มครองหรือยัง?
ยังไม่ได้รับการคุ้มครองแบบสมบูรณ์ ตามกฎหมายสิทธิบัตรไทย สิทธิ์ผูกขาดในการผลิต ขาย หรือใช้สิ่งประดิษฐ์จะเกิดขึ้นเมื่อได้รับสิทธิบัตรแล้วเท่านั้น
ในช่วงที่ยังเป็น Patent Pending ถ้ามีคนลอกเลียนแบบ คุณยังไม่สามารถดำเนินคดีละเมิดสิทธิบัตรได้ทันที ต้องรอจนกว่าสิทธิบัตรจะออกก่อน
แต่ข่าวดีคือ การยื่นคำขอช่วย "จองวันที่" ให้คุณ เพราะอายุความคุ้มครองนับตั้งแต่วันยื่นคำขอ และถ้ามีคนอื่นมายื่นสิ่งประดิษฐ์แบบเดียวกันทีหลัง คุณที่ยื่นก่อนจะได้เปรียบ
แล้วติดคำนี้ไปทำไม? มีประโยชน์อะไร?
ถึงจะยังไม่คุ้มครองเต็มที่ แต่การติด Patent Pending มีข้อดีหลายอย่าง
ข้อแรก ช่วยขู่คู่แข่ง คนที่คิดจะลอกเลียนแบบจะลังเล เพราะรู้ว่าถ้าสิทธิบัตรออกเมื่อไหร่ อาจโดนฟ้องได้ ลงทุนผลิตไปก็เสี่ยงต้องหยุดขาย
ข้อสอง เพิ่มความน่าเชื่อถือ ลูกค้าและนักลงทุนมองว่าสินค้ามีนวัตกรรมจริง เจ้าของจริงจังกับการปกป้องไอเดีย
ข้อสาม ช่วยในการเจรจาธุรกิจ เวลาคุยกับผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย หรือขายสิทธิ์ให้คนอื่น การมีคำขอสิทธิบัตรอยู่ในมือทำให้มีอำนาจต่อรองมากขึ้น
ข้อควรระวัง: ห้ามติดมั่ว มีโทษตามกฎหมาย
จุดที่หลายคนพลาดคือ ติดคำว่า Patent Pending ทั้งที่ยังไม่ได้ยื่นคำขอจริง หรือติดคำว่า "สิทธิบัตรไทย" ทั้งที่ยังไม่ได้รับสิทธิบัตร
พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 75 ห้ามผู้ที่ไม่มีสิทธิใช้คำว่า "สิทธิบัตรไทย" "อนุสิทธิบัตรไทย" หรืออักษรย่อ สบท. และ อสบท. รวมถึงคำภาษาต่างประเทศที่มีความหมายเดียวกันบนสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ ถ้าฝ่าฝืนมีโทษทางอาญา
ดังนั้นควรจำง่าย ๆ ว่า
-ยังไม่ยื่น → ห้ามติดอะไรเลย
-ยื่นแล้ว รอผล → ติด “Patent Pending” หรือ "อยู่ระหว่างการขอรับสิทธิบัตร" ได้ พร้อมเลขที่คำขอจะยิ่งดี
-ได้รับสิทธิบัตรแล้ว → ติด "สิทธิบัตรไทย" พร้อมเลขที่สิทธิบัตรได้
นอกจากนี้ การโฆษณาเกินจริงว่าสินค้า "ได้รับสิทธิบัตรแล้ว" ทั้งที่ยังไม่ได้ ยังอาจเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคได้อีกด้วย
สิทธิบัตรในไทยมีกี่แบบ คุ้มครองนานแค่ไหน?
ก่อนยื่นคำขอ ควรรู้ว่าไทยมีความคุ้มครอง 3 แบบหลัก
สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สำหรับสิ่งประดิษฐ์ที่ใหม่และมีขั้นการประดิษฐ์สูง คุ้มครอง 20 ปีนับจากวันยื่นคำขอ
อนุสิทธิบัตร สำหรับสิ่งประดิษฐ์ที่ใหม่แต่ไม่ซับซ้อนมาก ได้รับเร็วกว่า คุ้มครอง 6 ปี และต่ออายุได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ปี รวมสูงสุด 10 ปี
สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ สำหรับรูปร่างหน้าตาของสินค้าที่ใหม่ คุ้มครอง 10 ปีนับจากวันยื่นคำขอ
สรุป
Patent Pending คือสัญญาณว่า "ยื่นขอสิทธิบัตรแล้ว แต่ยังไม่ได้รับ" ยังไม่มีสิทธิ์ฟ้องร้องเต็มรูปแบบ แต่ช่วยจองวันที่ เตือนคู่แข่ง และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้สินค้า สิ่งสำคัญคือต้องยื่นคำขอจริงก่อนติดคำนี้ และอย่าใช้คำว่า "สิทธิบัตรไทย" จนกว่าจะได้รับสิทธิบัตรแล้ว
ถ้าคุณมีไอเดียหรือสินค้าใหม่ที่อยากปกป้อง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิบัตรก่อนเปิดตัวสินค้า เพื่อไม่ให้ไอเดียหลุดมือ
📞 ปรึกษา PATENTTHAI ได้ที่ 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai