ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
เครื่องหมายการค้า 23 Sep 2026

เซ็นแฟรนไชส์แล้ว ถือว่าจัดการสิทธิใช้เครื่องหมายครบหรือยัง?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
เซ็นแฟรนไชส์แล้ว ถือว่าจัดการสิทธิใช้เครื่องหมายครบหรือยัง?

เซ็นแฟรนไชส์แล้ว ถือว่าจัดการสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าครบหรือยัง?

คำตอบสั้น ๆ: ยังไม่ครบ การเซ็นสัญญาแฟรนไชส์เป็นแค่ข้อตกลงระหว่างคุณกับเจ้าของแบรนด์ แต่ตามกฎหมายไทย ถ้าคุณได้สิทธิใช้ชื่อร้าน โลโก้ หรือแบรนด์ที่จดทะเบียนแล้ว สัญญาส่วนที่อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าต้องนำไปจดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาด้วย หลายคนข้ามขั้นตอนนี้ไปโดยไม่รู้ตัว แล้วมาเจอปัญหาตอนที่สายเกินไป

แฟรนไชส์กับเครื่องหมายการค้าเกี่ยวกันอย่างไร?

ลองนึกภาพง่าย ๆ เวลาคุณซื้อแฟรนไชส์ร้านกาแฟหรือร้านชานม สิ่งที่คุณจ่ายเงินซื้อจริง ๆ ไม่ใช่แค่สูตรหรือวิธีทำงาน แต่คือ "ชื่อเสียงของแบรนด์" ที่ลูกค้าจำได้ ชื่อร้าน โลโก้ ป้ายหน้าร้าน แก้ว บรรจุภัณฑ์ ทั้งหมดนี้คือเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการ

ดังนั้นหัวใจของแฟรนไชส์ก็คือ "สิทธิในการใช้แบรนด์" ถ้าสิทธินี้ไม่มั่นคง ธุรกิจที่คุณลงทุนไปก็ไม่มั่นคงตามไปด้วย

กฎหมายไทยบอกไว้ว่าอย่างไร?

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68 กำหนดว่า เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วสามารถทำสัญญาให้คนอื่นใช้เครื่องหมายของตนได้ ไม่ว่าจะกับสินค้าที่จดไว้ทั้งหมดหรือบางส่วน แต่สัญญานั้นต้องทำเป็นหนังสือและต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียน 

ที่สำคัญคือ หากไม่ทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด สัญญาอนุญาตอาจไม่มีผลทางกฎหมาย และในทางปฏิบัติเรื่องนี้มักถูกมองข้ามเมื่อการเจรจาซื้อขายปิดดีลเรียบร้อยแล้ว 

พูดง่าย ๆ คือ คุณอาจถือสัญญาแฟรนไชส์ที่เซ็นครบทุกหน้า แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมาย สิทธิของคุณในสายตากฎหมายอาจไม่แข็งแรงอย่างที่คิด

ถ้าไม่จดทะเบียน จะเกิดปัญหาอะไรได้บ้าง?

ปัญหาที่เจอบ่อยในชีวิตจริงมีหลายแบบ เช่น

-เถียงกันเรื่องสิทธิ ถ้าวันหนึ่งคุณกับเจ้าของแบรนด์ขัดแย้งกัน การพิสูจน์ว่าคุณมีสิทธิใช้แบรนด์โดยชอบจะยากขึ้นมาก
-แบรนด์เปลี่ยนมือ ถ้าเจ้าของแบรนด์ขายหรือโอนเครื่องหมายการค้าให้คนอื่น เจ้าของใหม่อาจไม่ยอมรับสิทธิของคุณ
-ปกป้องร้านตัวเองไม่ได้เต็มที่ เวลามีร้านเลียนแบบเปิดใกล้ ๆ คุณอาจไม่อยู่ในฐานะที่จะดำเนินการได้สะดวก
-ขายต่อหรือขอสินเชื่อยาก นักลงทุนหรือธนาคารมักตรวจสอบว่าสิทธิในแบรนด์ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่
-ก่อนเซ็น (หรือหลังเซ็นแล้ว) ควรเช็กอะไรบ้าง?

นี่คือ เช็กลิสต์ง่าย ๆ ที่ผู้ซื้อแฟรนไชส์ควรถามให้ชัด

1. แบรนด์จดทะเบียนแล้วหรือยัง? ขอดูเลขทะเบียนเครื่องหมายการค้า แล้วตรวจสอบในระบบของกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้เอง ถ้าแบรนด์ยังเป็นแค่ "ยื่นคำขอ" หรือยังไม่จดเลย ความเสี่ยงสูงกว่ามาก เพราะมาตรา 68 พูดถึงเครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้ว

2. ชื่อเจ้าของในทะเบียนตรงกับคนที่ขายแฟรนไชส์ให้คุณไหม? บางครั้งแบรนด์จดในชื่อบุคคล แต่คนขายแฟรนไชส์เป็นบริษัท หรือกลับกัน ถ้าไม่ตรงกัน ต้องถามให้ชัดว่ามีสิทธิอนุญาตจริงหรือไม่

3. จดครอบคลุมสินค้าหรือบริการที่คุณจะขายหรือเปล่า? เครื่องหมายการค้าจดแยกตามประเภทสินค้าและบริการ ถ้าแบรนด์จดไว้แค่เครื่องดื่ม แต่คุณจะขายเบเกอรี่ด้วย ส่วนนั้นอาจไม่ได้รับความคุ้มครอง

4. ทะเบียนยังไม่หมดอายุใช่ไหม? เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วคุ้มครอง 10 ปี และต่ออายุได้ครั้งละ 10 ปี ถ้าทะเบียนใกล้หมดอายุ ควรถามว่าเจ้าของแบรนด์มีแผนต่ออายุหรือไม่ 

5. สัญญาเปิดให้อนุญาตช่วงได้ไหม? ถ้าคุณเป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์ที่จะขายสิทธิต่อให้คนอื่น ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะตามกฎหมาย โดยหลักแล้วห้ามอนุญาตช่วง เว้นแต่สัญญาอนุญาตจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น 

6. ใครเป็นคนไปจดทะเบียนสัญญา และใครจ่ายค่าธรรมเนียม? ควรเขียนไว้ในสัญญาให้ชัด และขอสำเนาหลักฐานการจดทะเบียนเก็บไว้

เจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์ก็ต้องสนใจเรื่องนี้ไหม?

ต้องสนใจมากเช่นกัน การจดทะเบียนสัญญาอนุญาตช่วยให้เจ้าของแบรนด์ควบคุมมาตรฐานได้ชัดเจน เพราะในคำขอจดทะเบียนต้องระบุเงื่อนไขที่ทำให้เจ้าของเครื่องหมายควบคุมคุณภาพสินค้าของผู้รับอนุญาตได้จริง ช่วยลดปัญหาสาขาทำของไม่ได้มาตรฐานจนแบรนด์เสียชื่อ และยังทำให้ระบบแฟรนไชส์ดูน่าเชื่อถือในสายตาผู้ซื้อด้วย

สรุป

การเซ็นสัญญาแฟรนไชส์เป็นแค่ครึ่งทาง อีกครึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการทำให้ "สิทธิใช้แบรนด์" ถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้า ใช้เวลาไม่มาก แต่ช่วยปกป้องเงินลงทุนของคุณได้ในระยะยาว ถ้าไม่แน่ใจว่าสัญญาของคุณครบหรือยัง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาช่วยตรวจก่อนเปิดร้าน

📞 ปรึกษา PATENTTHAI ได้ที่ 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai

บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี