ซื้อคอร์สออนไลน์แล้ว อัดหน้าจอเก็บไว้ หรือส่งให้ทีมดูได้ไหม?
คำตอบสั้น ๆ: ส่วนใหญ่ "ไม่ควรทำ" การซื้อคอร์สออนไลน์ คือ การซื้อ "สิทธิ์เข้าเรียน" ไม่ใช่การซื้อตัวคลิปมาเป็นเจ้าของ ถ้าอัดหน้าจอไว้ดูเองคนเดียวอาจเข้าข้อยกเว้นได้บางกรณี แต่ถ้าผิดเงื่อนไขของคอร์ส หรือนำไปส่งต่อให้ทีม เพื่อน หรือคนอื่น มีความเสี่ยงสูงที่จะละเมิดลิขสิทธิ์
หลายคนเคยคิดแบบนี้ ซื้อคอร์สมาแพง ก็อยากเก็บไว้ดูนาน ๆ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจ ซื้อมาคนเดียวแล้วอยากให้พนักงานได้เรียนด้วย ฟังดูไม่น่าผิดอะไร แต่ในมุมกฎหมาย เรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่คิด
ซื้อคอร์สแล้ว ทำไมไม่ใช่ "ของเรา" 100%?
ลองนึกภาพการซื้อตั๋วหนัง เราจ่ายเงินเพื่อเข้าไปดูหนังในโรง แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะถือกล้องเข้าไปอัดหนังออกมาได้
คอร์สออนไลน์ก็เหมือนกัน คลิปวิดีโอ สไลด์ เอกสารประกอบ ทั้งหมดเป็นผลงานที่มีลิขสิทธิ์ของผู้สอนหรือเจ้าของแพลตฟอร์ม ตามกฎหมาย สิทธิ์ในการคัดลอก ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชน เป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว สิ่งที่เราได้คือ "สิทธิ์ใช้งาน" ตามเงื่อนไขที่เขากำหนด เช่น ดูได้กี่เดือน ดูได้กี่เครื่อง หรือดูได้คนเดียว
อัดหน้าจอเก็บไว้ดูเองคนเดียว ผิดไหม?
ตรงนี้คือ พื้นที่สีเทา
กฎหมายลิขสิทธิ์ไทยมีข้อยกเว้นอยู่ ซึ่งการนำงานของคนอื่นมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย หรือเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับตนเองและครอบครัว ไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา 32
แต่มีเงื่อนไขสำคัญกำกับไว้ คือต้องไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ และไม่กระทบสิทธิของเจ้าของเกินสมควร
แปลเป็นภาษาง่าย ๆ คือ ถ้าคอร์สขายแบบ "ดูได้ 6 เดือน" แล้วเราอัดเก็บไว้ดูตลอดชีพ นั่นคือเรากำลังได้สิ่งที่เจ้าของไม่ได้ขายให้ ซึ่งกระทบรายได้ของเขาโดยตรง ข้อยกเว้นนี้จึงอาจใช้ไม่ได้
นอกจากนี้ยังมีอีก 2 เรื่องที่ต้องระวัง
เงื่อนไขการใช้งาน (Terms of Service): แพลตฟอร์มส่วนใหญ่เขียนห้ามอัดหน้าจอหรือดาวน์โหลดไว้ชัดเจน ถ้าเราฝ่าฝืน อาจโดนระงับบัญชีโดยไม่คืนเงิน และอาจถูกฟ้องผิดสัญญาได้
ระบบป้องกันการคัดลอก: บางคอร์สใส่ระบบกันอัดหน้าจอหรือลายน้ำชื่อผู้เรียนไว้ การใช้โปรแกรมเพื่อหลบเลี่ยงระบบเหล่านี้ มีความผิดแยกต่างหากตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฉบับแก้ไข
ส่งคลิปให้ทีม พนักงาน หรือเพื่อนดู ได้ไหม?
ข้อนี้ตอบได้ชัดกว่า คือ เสี่ยงมาก และส่วนใหญ่ผิด
ข้อยกเว้นเรื่องใช้เพื่อตัวเองและครอบครัว ไม่ได้ครอบคลุมถึงพนักงานหรือทีมงานในบริษัท เพราะการให้พนักงานเรียนคือการใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ และทำให้เจ้าของคอร์สเสียโอกาสขายให้คนอื่น ๆ อีกหลายคน
ตัวอย่างที่ถือว่าเสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์
-อัดคลิปแล้วส่งไฟล์ให้พนักงานในกลุ่ม LINE
-แชร์ Username และ Password ให้หลายคนใช้ร่วมกัน
-เปิดคอร์สฉายในห้องประชุมให้ทั้งทีมดู ทั้งที่ซื้อสิทธิ์แบบคนเดียว
-นำเนื้อหาไปทำเป็นคอร์สอบรมภายในบริษัท
-อัปโหลดคลิปขึ้นไดรฟ์แล้วแชร์ลิงก์
ถ้าโดนจับได้ โทษคืออะไร?
ความผิดเรื่องลิขสิทธิ์ไม่ได้มีแค่โดนปิดบัญชี แต่มีโทษทางอาญาด้วย โดยโทษฐานละเมิดลิขสิทธิ์คือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท และถ้าทำเพื่อการค้า ปรับ 100,000 ถึง 800,000 บาท หรือจำคุก 6 เดือนถึง 4 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรณีบริษัทนำคอร์สไปใช้อบรมพนักงาน อาจถูกมองว่าเป็นการใช้เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งเสี่ยงโดนโทษหนักขึ้น และยังอาจถูกเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเพิ่มอีก
ถ้าอยากให้ทีมได้เรียน ควรทำอย่างไร?
วิธีที่ถูกต้องและไม่ยุ่งยากเลย
1.ถามผู้สอนเรื่องแพ็กเกจองค์กร คอร์สหลายแห่งมีราคาสำหรับทีมหรือบริษัท ซึ่งมักถูกกว่าซื้อแยกรายคน
2.ขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าอยากอัดเก็บไว้หรือใช้ภายในองค์กร ให้ขออนุญาตเจ้าของคอร์สเป็นอีเมลหรือสัญญา
3.อ่านเงื่อนไขก่อนซื้อ ดูว่าคอร์สให้ดูได้นานแค่ไหน ดาวน์โหลดได้ไหม ใช้ได้กี่คน
4.ซื้อสิทธิ์ให้ครบตามจำนวนคน ถ้าจะให้พนักงาน 5 คนเรียน ก็ซื้อ 5 สิทธิ์
5.จดโน้ตด้วยตัวเอง การสรุปความรู้ที่ได้เป็นภาษาของเราเอง แล้วนำไปสอนต่อในแบบของเรา ปลอดภัยกว่าการส่งคลิปต้นฉบับ
สรุป
ซื้อคอร์สออนไลน์ = ซื้อสิทธิ์เรียนตามเงื่อนไข ไม่ใช่ซื้อคลิปมาเป็นของตัวเอง อัดไว้ดูเองยังเป็นพื้นที่สีเทาที่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของคอร์ส แต่การส่งต่อให้ทีมหรือคนอื่น เสี่ยงผิดกฎหมายลิขสิทธิ์และอาจโดนปรับหลักแสนบาท ทางที่ดีที่สุดคือถามผู้สอนหรือซื้อแพ็กเกจองค์กร
หากไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ทำอยู่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ หรือเป็นเจ้าของคอร์สที่ถูกแชร์ผลงาน ปรึกษา PatentThai ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์ได้ทันที
📞 ปรึกษา PATENTTHAI ได้ที่ 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai