ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
สิทธิบัตร 23 Sep 2026

เจ้าของแบรนด์ปล่อยผู้รับอนุญาตทำสินค้าโดยไม่คุมคุณภาพ เสี่ยงอะไร?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
เจ้าของแบรนด์ปล่อยผู้รับอนุญาตทำสินค้าโดยไม่คุมคุณภาพ เสี่ยงอะไร?

เจ้าของแบรนด์ปล่อยผู้รับอนุญาตทำสินค้าโดยไม่คุมคุณภาพ เสี่ยงอะไร?

คำตอบสั้น ๆ: ถ้าเจ้าของแบรนด์อนุญาตให้คนอื่นใช้เครื่องหมายการค้า (ให้ไลเซนส์) แล้วไม่ควบคุมคุณภาพสินค้า จะเสี่ยง 4 เรื่องหลัก คือ ชื่อเสียงแบรนด์เสียหาย ลูกค้าหมดความเชื่อใจ อาจต้องรับผิดร่วมเมื่อสินค้าทำให้คนอื่นเสียหาย และอาจถูกเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาต ซึ่งกระทบต่อสิทธิในแบรนด์ระยะยาว

ไลเซนส์แบรนด์คืออะไร ทำไมต้องคุมคุณภาพ?

การให้ไลเซนส์ คือ การที่เจ้าของเครื่องหมายการค้ายอมให้คนอื่นเอาโลโก้หรือชื่อแบรนด์ไปใช้กับสินค้า โดยมักได้ค่าตอบแทนเป็นค่าลิขสิทธิ์รายปีหรือเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย เช่น แบรนด์อาหารเสริมให้โรงงานอื่นผลิตและขายภายใต้ชื่อแบรนด์ หรือแบรนด์ดังให้บริษัทอื่นทำของที่ระลึก

ปัญหาคือ ลูกค้าไม่รู้หรอกว่าใครเป็นคนผลิตจริง ลูกค้าเห็นแค่โลโก้ แล้วเชื่อว่าสินค้าต้องมีมาตรฐานเดียวกับที่แบรนด์เคยทำ ถ้าของที่ออกมาคุณภาพแย่ คนที่โดนด่าก็คือ "แบรนด์" ไม่ใช่ผู้รับอนุญาต

ตามหลักกฎหมายเครื่องหมายการค้าของไทย สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และในสัญญาต้องมีเงื่อนไขที่ทำให้เจ้าของเครื่องหมายควบคุมคุณภาพสินค้าของผู้รับอนุญาตได้จริง นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่เป็นเรื่องที่กฎหมายให้ความสำคัญด้วย

ความเสี่ยงที่ 1: ชื่อเสียงแบรนด์พังในพริบตา

สมัยนี้รีวิวแย่ ๆ แค่โพสต์เดียวก็ไวรัลได้ ถ้าผู้รับอนุญาตลดต้นทุนด้วยการใช้วัตถุดิบเกรดต่ำ บรรจุภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน หรือผลิตแบบลวก ๆ ลูกค้าจะเหมารวมว่าแบรนด์ "ตกต่ำ" ทันที

สิ่งที่สร้างมาเป็นสิบปีอาจพังได้ในไม่กี่สัปดาห์ และการกู้ชื่อเสียงคืนมักใช้เงินและเวลามากกว่าค่าไลเซนส์ที่ได้รับไปหลายเท่า

ความเสี่ยงที่ 2: อาจต้องร่วมรับผิดเมื่อสินค้าทำให้คนเสียหาย

หลายคนคิดว่า "เราไม่ได้ผลิต ไม่ต้องรับผิดชอบ" ซึ่งไม่ใช่เสมอไป

ตามกฎหมายความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ผู้ที่ใช้ชื่อ ชื่อทางการค้า หรือเครื่องหมายบนสินค้าในลักษณะที่ทำให้คนเข้าใจว่าตนเป็นผู้ผลิต อาจถูกนับเป็น "ผู้ประกอบการ" ที่ต้องรับผิดร่วมกับผู้ผลิตได้

แปลง่าย ๆ คือ ถ้าสินค้าที่ติดแบรนด์คุณทำให้ผู้บริโภคบาดเจ็บ แพ้ หรือเสียหาย คุณอาจโดนฟ้องไปพร้อมกับผู้รับอนุญาต แม้จะไม่ได้ลงมือผลิตเองเลยก็ตาม

ความเสี่ยงที่ 3: เสี่ยงถูกเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาต

กฎหมายเครื่องหมายการค้าเปิดช่องให้มีการขอเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตได้ หากเจ้าของเครื่องหมายไม่สามารถควบคุมคุณภาพสินค้าของผู้รับอนุญาตได้ หรือผู้รับอนุญาตใช้เครื่องหมายในทางที่ทำให้ประชาชนสับสนหรือหลงผิด

ผลที่ตามมาคือธุรกิจไลเซนส์สะดุด รายได้หาย และในกรณีที่การใช้แบรนด์ไม่เป็นไปตามมาตรฐานเดิมอย่างต่อเนื่อง ยังทำให้คุณค่าของเครื่องหมายการค้าลดลง จนยากจะปกป้องสิทธิในอนาคต

ความเสี่ยงที่ 4: ลูกค้าหาย คู่ค้าถอย และเกิดข้อพิพาท

เมื่อคุณภาพไม่สม่ำเสมอ ร้านค้าตัวแทน ห้าง หรือแพลตฟอร์มออนไลน์อาจไม่อยากรับสินค้าต่อ ผู้รับอนุญาตรายอื่นที่ทำของดีก็เสียหายไปด้วย และเมื่อเจ้าของแบรนด์จะเข้าไปแก้ไขภายหลัง ก็มักเกิดการเถียงกันว่า "สัญญาไม่ได้เขียนไว้" จนกลายเป็นคดีความที่เสียทั้งเงินและเวลา

เจ้าของแบรนด์ควรป้องกันอย่างไร?

1. เขียนสัญญาให้ชัดเรื่องมาตรฐานคุณภาพ
ระบุสเปกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต มาตรฐานที่ต้องผ่าน เช่น อย. หรือ มอก. และรูปแบบการใช้โลโก้ให้ละเอียด

2. ขอสิทธิตรวจสอบได้ทุกเมื่อ
ใส่เงื่อนไขให้เจ้าของแบรนด์เข้าตรวจโรงงาน สุ่มตัวอย่างสินค้า และขอดูเอกสารการผลิตได้

3. ต้องอนุมัติก่อนวางขาย
สินค้าใหม่ บรรจุภัณฑ์ใหม่ หรือสื่อโฆษณาที่ใช้แบรนด์ ควรส่งให้เจ้าของแบรนด์อนุมัติก่อนทุกครั้ง

4. กำหนดบทลงโทษและเงื่อนไขเลิกสัญญา
ถ้าผิดมาตรฐานซ้ำ ๆ ต้องมีสิทธิเรียกค่าเสียหาย สั่งเรียกคืนสินค้า และบอกเลิกสัญญาได้ทันที

5. ให้ผู้รับอนุญาตรับผิดชอบความเสียหาย
ใส่ข้อตกลงให้ผู้รับอนุญาตชดใช้หากเจ้าของแบรนด์ถูกฟ้องเพราะสินค้าของเขา และอาจกำหนดให้ทำประกันภัยความรับผิดต่อสินค้า

6. จดทะเบียนสัญญาให้ถูกต้อง
อย่าทำสัญญากันเองแล้วจบ ควรนำไปจดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อให้สัญญามีผลตามกฎหมายเครื่องหมายการค้า

สรุป

การให้ไลเซนส์แบรนด์เป็นทางสร้างรายได้ที่ดี แต่ "ให้สิทธิแล้วปล่อย" คือความเสี่ยงที่แพงที่สุด เจ้าของแบรนด์ควรถือว่าการควบคุมคุณภาพเป็นหน้าที่ ไม่ใช่ทางเลือก เพราะสิ่งที่เสี่ยงไม่ได้มีแค่สินค้าล็อตเดียว แต่คือชื่อเสียงและสิทธิในแบรนด์ทั้งหมด

หากกำลังจะทำสัญญาไลเซนส์ หรือสงสัยว่าสัญญาเดิมปกป้องแบรนด์ได้พอหรือยัง ควรปรึกษาทนายความหรือตัวแทนเครื่องหมายการค้าเพื่อตรวจสอบก่อนเกิดปัญหา

📞 ปรึกษา PATENTTHAI ได้ที่ 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai

บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี