ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
สิทธิบัตร 23 Sep 2026

คำขอสิทธิบัตรยังไม่จด เปลี่ยนชื่อผู้ขอหรือโอนคำขอได้ไหม?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
คำขอสิทธิบัตรยังไม่จด เปลี่ยนชื่อผู้ขอหรือโอนคำขอได้ไหม?

คำขอสิทธิบัตรยังไม่จด เปลี่ยนชื่อผู้ขอหรือโอนคำขอได้ไหม? คำตอบที่เจ้าของไอเดียต้องรู้

คำตอบสั้น ๆ: ทำได้ครับ คำขอสิทธิบัตรที่ยังไม่ได้รับจดทะเบียน สามารถโอนหรือเปลี่ยนชื่อผู้ขอได้ เพราะกฎหมายสิทธิบัตรไทยถือว่า "สิทธิขอรับสิทธิบัตร" เป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่ง โอนให้คนอื่นได้ และตกทอดเป็นมรดกได้ด้วย

เงื่อนไขสำคัญ คือ การโอนต้องทำเป็นหนังสือ และมีลายมือชื่อทั้งผู้โอนและผู้รับโอน จากนั้นต้องแจ้งกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้บันทึกการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่ตกลงกันปากเปล่า

ทำไมคนถึงต้องเปลี่ยนชื่อผู้ขอระหว่างทาง?

กระบวนการพิจารณาคำขอสิทธิบัตรในไทยใช้เวลานาน บางเรื่องหลายปี ระหว่างนั้นสถานการณ์ทางธุรกิจเปลี่ยนได้เสมอ กรณีที่เจอบ่อย เช่น

-ยื่นในนามบุคคล แล้วภายหลังตั้งบริษัท อยากให้บริษัทเป็นเจ้าของ เพื่อความสะดวกในการทำธุรกิจหรือระดมทุน
-ขายหรือซื้อเทคโนโลยี ผู้ซื้ออยากได้สิทธิ์ตั้งแต่ตอนยังเป็นคำขอ
-ควบรวมหรือปรับโครงสร้างบริษัท ทำให้ชื่อนิติบุคคลเปลี่ยน
-ผู้ขอเสียชีวิต สิทธิ์ตกทอดไปยังทายาท
-ยื่นชื่อผิดตั้งแต่แรก เช่น พนักงานยื่นในชื่อตัวเอง ทั้งที่งานประดิษฐ์เกิดจากการจ้างงานของบริษัท

"เปลี่ยนชื่อ" กับ "โอนคำขอ" ต่างกันอย่างไร?

หลายคนใช้สองคำนี้ปนกัน แต่จริง ๆ เป็นคนละเรื่อง

เปลี่ยนชื่อ คือเจ้าของยังเป็นคนเดิม แค่ชื่อเปลี่ยน เช่น บริษัทจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ หรือบุคคลเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล กรณีนี้ใช้เอกสารยืนยันการเปลี่ยนชื่อ เช่น หนังสือรับรองบริษัทฉบับใหม่ หรือหนังสือเปลี่ยนชื่อตัว

โอนคำขอ คือเปลี่ยนตัวเจ้าของไปเป็นอีกคนหนึ่ง เช่น จากนาย ก. ไปเป็นบริษัท ข. กรณีนี้ต้องมีหนังสือสัญญาโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตรเป็นหลักฐาน

แยกให้ถูกตั้งแต่แรกจะช่วยให้เตรียมเอกสารได้ตรง และไม่โดนเจ้าหน้าที่สั่งแก้ไขกลับมา

ขั้นตอนโอนคำขอสิทธิบัตรแบบง่าย ๆ

1. ทำสัญญาโอนสิทธิ์เป็นลายลักษณ์อักษร
ระบุเลขที่คำขอ ชื่อการประดิษฐ์ ข้อมูลผู้โอนและผู้รับโอน แล้วลงชื่อทั้งสองฝ่าย ถ้ามีผู้ขอร่วมหลายคน ทุกคนต้องยินยอม

2. ยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา
แนบสัญญาโอน หลักฐานตัวตนของผู้รับโอน และหนังสือมอบอำนาจหากให้ตัวแทนสิทธิบัตรดำเนินการแทน

3. ชำระค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด

4. รอเจ้าหน้าที่ตรวจและบันทึกการเปลี่ยนแปลง
เมื่อบันทึกแล้ว คำขอจะดำเนินต่อในชื่อผู้รับโอน และเมื่อได้รับจดทะเบียน สิทธิบัตรจะออกในชื่อผู้รับโอนโดยตรง

ข้อควรระวังที่มักพลาด

เอกสารที่ทำในต่างประเทศ ถ้าลงนามนอกประเทศไทย ลายมือชื่ออาจต้องผ่านการรับรองตามขั้นตอนที่กรมกำหนด เช่น รับรองโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย ควรเช็กก่อนส่งเอกสารข้ามประเทศ จะได้ไม่เสียเวลาไปกลับหลายรอบ

ตกลงกันแล้วแต่ไม่แจ้งกรม สัญญาระหว่างคู่สัญญาอาจมีผลระหว่างกัน แต่ในทะเบียนผู้ขอยังเป็นคนเดิม หนังสือแจ้งจากกรมจะส่งไปที่ผู้ขอเดิม ถ้าไม่มีใครตอบภายในกำหนด คำขออาจถูกละทิ้งได้

ผู้ขอร่วมไม่ยินยอม ถ้าคำขอมีเจ้าของหลายคน คนใดคนหนึ่งจะโอนส่วนของตัวเองโดยไม่ตกลงกับคนอื่นก่อน มักจบที่ข้อพิพาท

สับสนระหว่างผู้ประดิษฐ์กับผู้ขอ ผู้ประดิษฐ์คือคนคิดค้น ส่วนผู้ขอคือเจ้าของสิทธิ์ การโอนคำขอเปลี่ยนแค่ผู้ขอ ชื่อผู้ประดิษฐ์ยังคงเดิม เพราะเป็นข้อเท็จจริงว่าใครเป็นคนคิด

รอให้จดทะเบียนก่อนค่อยโอน ทำได้เหมือนกัน แต่จะกลายเป็นการโอนสิทธิบัตรหลังจดทะเบียน ซึ่งมีขั้นตอนอีกแบบ ถ้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าของจะเปลี่ยน โอนตั้งแต่ตอนเป็นคำขอมักสะดวกกว่า

สรุป

คำขอสิทธิบัตรที่ยังไม่จดทะเบียน โอนหรือเปลี่ยนชื่อผู้ขอได้ ขอแค่ทำหนังสือโอนที่ลงชื่อทั้งสองฝ่าย และแจ้งกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้บันทึกให้เรียบร้อย ยิ่งรู้เร็วว่าเจ้าของจะเปลี่ยน ยิ่งควรรีบทำ เพื่อไม่ให้พลาดหนังสือแจ้งจากกรม และไม่มีปัญหาเรื่องความเป็นเจ้าของในอนาคต

หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเป็น "เปลี่ยนชื่อ" หรือ "โอนสิทธิ์" หรือมีเอกสารจากต่างประเทศเกี่ยวข้อง ปรึกษาตัวแทนสิทธิบัตรก่อนยื่น จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก

📞 ปรึกษา PATENTTHAI ได้ที่ 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai

บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี