คู่มือสินค้าของคู่แข่ง เอามาเรียบเรียงใหม่ ใช้กับสินค้าตัวเองได้ไหม? ผิดลิขสิทธิ์หรือเปล่า
คำตอบสั้น ๆ: ส่วนใหญ่ "ไม่ควรทำ" ครับ ถ้าเอาคู่มือของคู่แข่งมาเปลี่ยนคำ สลับย่อหน้า หรือแปลใหม่ แต่เนื้อหายังเป็นของเขาเกือบทั้งหมด อาจผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ฐาน "ดัดแปลง" ได้ ถึงจะไม่ได้ก๊อปมาทุกตัวอักษรก็ตาม แต่ถ้าเขียนคู่มือใหม่จากสินค้าของเราเอง ด้วยภาษาของเราเอง แบบนี้ทำได้ไม่มีปัญหา
ทำไมคู่มือสินค้าถึงมีลิขสิทธิ์?
หลายคนคิดว่าคู่มือสินค้าเป็นแค่เอกสารบอกวิธีใช้ ใครจะเอาไปใช้ก็ได้ แต่ในทางกฎหมาย คู่มือสินค้าถือเป็น "งานวรรณกรรม" ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เพราะเป็นงานเขียนที่มีคนลงแรงเรียบเรียงขึ้นมา ส่วนรูปภาพ ภาพวาดประกอบ หรือไดอะแกรมในคู่มือ ก็นับเป็น "งานศิลปกรรม" ได้อีกด้วย
ที่สำคัญคือ ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันทีที่สร้างงานเสร็จ ไม่ต้องไปจดทะเบียนที่ไหน ดังนั้นแม้คู่แข่งจะไม่ได้จดแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ไว้ คู่มือนั้นก็ยังได้รับความคุ้มครองอยู่ดี
"เรียบเรียงใหม่" ก็ยังผิดได้ เพราะอะไร?
นี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดกันเยอะที่สุด หลายคนคิดว่า "แค่ไม่ก๊อปตรง ๆ ก็ไม่ผิด" แต่ความจริงแล้ว กฎหมายกำหนดให้ เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่ผู้เดียวในการทำซ้ำหรือดัดแปลง รวมถึงการเผยแพร่ต่อสาธารณชน
คำว่า "ดัดแปลง" ครอบคลุมการกระทำเหล่านี้
-เปลี่ยนคำพูดแต่ยังคงโครงสร้างและเนื้อหาเดิม
-สลับลำดับหัวข้อหรือย่อหน้า
-แปลคู่มือจากภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนมาเป็นภาษาไทย
-ตัดบางส่วนออก แล้วเติมนิดหน่อยให้ดูเป็นของตัวเอง
-เอารูปประกอบของเขามาวาดใหม่ให้คล้ายเดิม
ถ้าคนอ่านเทียบกันแล้วเห็นว่า "นี่มันคู่มือเล่มเดียวกัน แค่แต่งตัวใหม่" ก็เสี่ยงถูกมองว่าเป็นการดัดแปลงงานของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตครับ
แล้วอะไรที่ใช้ได้ ไม่ผิดลิขสิทธิ์?
ข่าวดีคือ กฎหมายลิขสิทธิ์ไม่ได้คุ้มครองทุกอย่าง สิ่งที่ไม่ได้รับความคุ้มครองได้แก่ ความคิด ขั้นตอน กรรมวิธี ระบบ วิธีใช้ หรือวิธีทำงาน ลิขสิทธิ์คุ้มครองแค่ "วิธีการเขียนหรือการแสดงออก" เท่านั้น
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ถ้าสินค้าเป็นเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ขั้นตอน "เสียบปลั๊ก ใส่ผลไม้ ปิดฝา กดปุ่ม" เป็นวิธีใช้งานที่ใครก็ต้องเขียนคล้ายกัน แบบนี้ไม่มีใครเป็นเจ้าของ แต่ถ้าคู่แข่งเขียนอธิบายไว้อย่างมีสไตล์ มีลำดับการเล่าเฉพาะตัว มีภาพประกอบที่ออกแบบเอง แล้วเราไปเลียนแบบการเขียนนั้น อันนี้เริ่มเสี่ยงแล้ว
สิ่งที่ทำได้อย่างปลอดภัยมีดังนี้
-ดูคู่มือคู่แข่งเพื่อเป็นแรงบันดาลใจว่า คู่มือที่ดีควรมีหัวข้ออะไรบ้าง
-เขียนวิธีใช้สินค้าของเราจากการทดลองใช้จริง ด้วยภาษาของเราเอง
-ถ่ายรูปหรือทำภาพประกอบจากสินค้าของเราเอง
-ใช้คำเตือนความปลอดภัยมาตรฐานที่เป็นข้อกำหนดทั่วไปของอุตสาหกรรม
ถ้าถูกฟ้อง มีโทษอะไรบ้าง?
การละเมิดลิขสิทธิ์มีทั้งโทษทางแพ่งและทางอาญา ในทางอาญา หากทำซ้ำหรือดัดแปลงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท และถ้าทำ "เพื่อการค้า" ซึ่งกรณีคู่มือสินค้าเข้าข่ายแน่นอน โทษจะหนักขึ้นเป็นจำคุก 6 เดือนถึง 4 ปี หรือปรับ 100,000 ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ เจ้าของลิขสิทธิ์ยังเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง และขอให้ศาลสั่งระงับการใช้คู่มือได้ ลองนึกภาพว่าสินค้าล็อตใหญ่ที่พิมพ์คู่มือแนบไปแล้ว ต้องเรียกคืนทั้งหมด ความเสียหายอาจมากกว่าค่าปรับหลายเท่า
เรื่องที่ต้องระวังเพิ่ม นอกจากลิขสิทธิ์
นอกจากเรื่องลิขสิทธิ์แล้ว ยังมีอีกสองเรื่องที่ควรเช็กควบคู่กันไป เรื่องแรกคือ เครื่องหมายการค้า ถ้าคู่มือที่ลอกมามีชื่อแบรนด์ โลโก้ หรือชื่อรุ่นของคู่แข่งติดมาด้วย อาจมีปัญหาเรื่องเครื่องหมายการค้าซ้อนเข้าไปอีก เรื่องที่สองคือ สิทธิบัตร ถ้าคู่มือของคู่แข่งอธิบายกลไกพิเศษของสินค้า แล้วสินค้าของเรามีกลไกเดียวกัน ประเด็นอาจไม่ได้อยู่ที่คู่มือ แต่อยู่ที่ตัวสินค้าว่าไปซ้ำกับสิทธิบัตรของเขาหรือเปล่า
สรุป
คู่มือสินค้าของคู่แข่งมีลิขสิทธิ์ การเอามาเรียบเรียงใหม่ แปล หรือปรับนิดหน่อย ยังเสี่ยงผิดฐานดัดแปลง ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือเขียนคู่มือขึ้นใหม่จากสินค้าของเราเอง ใช้คู่มือคู่แข่งแค่เป็นไอเดียว่าควรมีหัวข้ออะไร ถ้าไม่แน่ใจว่าคู่มือหรือสินค้าของคุณเข้าข่ายละเมิดหรือไม่ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาก่อนผลิตจริง เพราะการแก้ไขตั้งแต่แรกถูกกว่าการแก้ปัญหาตอนถูกฟ้องเสมอ
📞 ปรึกษา PATENTTHAI ได้ที่ 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai