ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ลิขสิทธิ์ 19 Sep 2026

ซื้อภาพมาแล้ว ตัดลายเซ็นศิลปินออกก่อนใช้โฆษณาได้ไหม?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
ซื้อภาพมาแล้ว ตัดลายเซ็นศิลปินออกก่อนใช้โฆษณาได้ไหม?

ซื้อภาพมาแล้ว ตัดลายเซ็นศิลปินออกก่อนใช้โฆษณาได้ไหม?

ตอบสั้น ๆ: "ไม่ควรทำ" ครับ แม้คุณจะจ่ายเงินซื้อภาพมาแล้ว การลบลายเซ็นหรือชื่อศิลปินออกเพื่อเอาไปใช้โฆษณา อาจผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ไทยได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศิลปินเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ก่อน

หลายคนเข้าใจว่า "จ่ายเงินแล้ว ภาพเป็นของเรา จะทำอะไรก็ได้" แต่ในทางกฎหมาย เรื่องนี้ไม่ง่ายอย่างนั้น บทความนี้จะอธิบายแบบภาษาง่าย ๆ ว่าทำไมถึงเสี่ยง และควรทำอย่างไรให้ปลอดภัย

ซื้อภาพ ไม่ได้แปลว่าซื้อ "ลิขสิทธิ์" มาด้วย

ลองนึกภาพว่าคุณซื้อหนังสือมาหนึ่งเล่ม คุณเป็นเจ้าของ "ตัวเล่ม" อ่านได้ ขายต่อได้ แต่คุณไม่มีสิทธิ์ถ่ายเอกสารพิมพ์ขายเอง เพราะลิขสิทธิ์ยังเป็นของผู้เขียน

ภาพวาดหรือภาพถ่ายก็เหมือนกัน การซื้อภาพมามีได้หลายแบบ เช่น

-ซื้อตัวชิ้นงาน เช่น ซื้อภาพวาดมาแขวนผนัง คุณได้แค่ตัวภาพ ไม่ได้สิทธิ์นำไปทำซ้ำหรือโฆษณา
-ซื้อสิทธิ์การใช้งาน (License) เช่น ซื้อภาพจากเว็บ Stock ซึ่งจะมีเงื่อนไขกำหนดไว้ว่าใช้ได้แค่ไหน ใช้เชิงพาณิชย์ได้หรือไม่
-ซื้อโอนลิขสิทธิ์ทั้งหมด ต้องทำเป็นหนังสือสัญญาและลงลายมือชื่อชัดเจน

ดังนั้น ก่อนจะทำอะไรกับภาพ ต้องรู้ก่อนว่าคุณซื้อมาแบบไหน

ทำไมการลบลายเซ็นศิลปินถึงเสี่ยงผิดกฎหมาย?

1. ศิลปินมี "สิทธิทางศีลธรรม" ที่ขายขาดไม่ได้

ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 แม้ศิลปินจะโอนลิขสิทธิ์ให้คนอื่นไปแล้ว ศิลปินยังมีสิทธิ์ที่จะแสดงว่าตัวเองเป็นผู้สร้างสรรค์งานนั้น และห้ามไม่ให้ใครบิดเบือน ตัดทอน หรือดัดแปลงงานจนเสียหายต่อชื่อเสียงของเขา

ลายเซ็นบนภาพคือสิ่งที่บอกว่า "ฉันคือคนสร้างงานนี้" การลบออกจึงอาจถูกมองว่าเป็นการตัดสิทธิ์นี้ของศิลปิน

2. ลายเซ็นอาจนับเป็น "ข้อมูลการบริหารสิทธิ"

กฎหมายลิขสิทธิ์ฉบับแก้ไขปี 2558 ได้เพิ่มการคุ้มครองสิ่งที่เรียกว่า "ข้อมูลการบริหารสิทธิ" เข้ามา โดยกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 สิงหาคม 2558 และกำหนดการคุ้มครองข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยีไว้ 

ข้อมูลนี้คือข้อมูลที่ระบุตัวผู้สร้างสรรค์หรือเจ้าของสิทธิ เช่น ชื่อ ลายเซ็น ลายน้ำ (Watermark) หรือเครดิตบนภาพ ซึ่งมาตรา 53/1 ถือว่าการลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริหารสิทธิ โดยรู้อยู่แล้วว่าอาจจูงใจ ก่อให้เกิด อำนวยความสะดวก หรือปกปิดการละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นการละเมิด 

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าลบลายเซ็นออกแล้วเอาไปใช้ในแบบที่ไม่ได้รับอนุญาต นอกจากจะละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว ยังอาจโดนข้อหาลบข้อมูลการบริหารสิทธิซ้อนเข้าไปอีก

3. ค่าเสียหายอาจสูงกว่าที่คิด

ถ้าถูกฟ้อง นอกจากโทษทางอาญาแล้ว ยังมีเรื่องค่าเสียหายทางแพ่ง ซึ่งกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มวรรคสองในมาตรา 64 ให้ศาลสั่งค่าเสียหายเชิงลงโทษได้ถึงสองเท่าของความเสียหายที่เจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับ ยิ่งเป็นการใช้เพื่อโฆษณาหารายได้ ศาลก็มีแนวโน้มพิจารณาความเสียหายสูงขึ้น 

แล้วกรณีไหนที่ตัดลายเซ็นออกได้?

มีบางกรณีที่ทำได้ เช่น

-ศิลปินอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าให้ลบลายเซ็นหรือไม่ต้องให้เครดิต
-เงื่อนไข License ระบุชัดเจน ว่าไม่ต้องแสดงเครดิตและใช้เชิงพาณิชย์ได้ (แต่ควรอ่านให้ละเอียด เพราะบางเว็บอนุญาตให้ใช้ แต่ไม่อนุญาตให้ลบลายน้ำหรือชื่อ)
-จ้างศิลปินทำงานให้โดยตรง และในสัญญาจ้างระบุเรื่องสิทธิ์และการให้เครดิตไว้ชัดเจน

วิธีใช้ภาพโฆษณาให้ปลอดภัย

1.อ่านเงื่อนไขการซื้อทุกครั้ง ดูว่าใช้เชิงพาณิชย์ได้ไหม ต้องให้เครดิตหรือเปล่า
2.ขออนุญาตศิลปินตรง ๆ ถ้าอยากเอาลายเซ็นออก ส่งข้อความถามก่อน ศิลปินหลายคนยินดีถ้ามีการตกลงค่าตอบแทนเพิ่ม
3.เก็บหลักฐานทุกอย่าง ทั้งใบเสร็จ สัญญา แชตที่ศิลปินอนุญาต
4.ใส่เครดิตแทนการลบ ถ้าลายเซ็นบังองค์ประกอบโฆษณา อาจครอปให้เหมาะแต่ใส่ชื่อศิลปินไว้ในแคปชันหรือมุมภาพแทน
5.ทำสัญญาจ้างให้ชัด ถ้าจะใช้ภาพในแคมเปญใหญ่ ควรมีสัญญาที่ระบุขอบเขตการใช้ ระยะเวลา และเรื่องเครดิต

สรุป

การซื้อภาพมาแล้วตัดลายเซ็นศิลปินออกก่อนใช้โฆษณา เป็นเรื่องที่เสี่ยงทั้งเรื่องสิทธิทางศีลธรรมและการลบข้อมูลการบริหารสิทธิ ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือ ตรวจสอบเงื่อนไขการซื้อ ขออนุญาตศิลปินเป็นลายลักษณ์อักษร หรือให้เครดิตอย่างเหมาะสม

หากธุรกิจของคุณกำลังจะใช้ภาพในแคมเปญโฆษณา หรือไม่แน่ใจว่าสัญญาที่มีคุ้มครองพอหรือยัง การปรึกษาทนายความด้านทรัพย์สินทางปัญญาก่อนเผยแพร่ จะช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าการแก้ปัญหาทีหลัง

ปรึกษาทีมงาน PatentThai พร้อมให้คำปรึกษา
📞 โทร 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai

 

บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี