รูปเขียนสิทธิบัตรไม่มีเลขอ้างอิง กระทบความชัดเจนอย่างไร? รู้ก่อนยื่น ไม่ต้องแก้ทีหลัง
คำตอบสั้น ๆ: คือ ถ้ารูปเขียนสิทธิบัตรไม่มีเลขอ้างอิง ผู้ตรวจสอบจะเชื่อมโยงรูปกับคำบรรยายและข้อถือสิทธิได้ยาก ทำให้การประดิษฐ์ดูไม่ชัดเจน เสี่ยงถูกสั่งให้แก้ไข คำขอล่าช้า และถ้าวันหนึ่งต้องฟ้องร้อง ขอบเขตความคุ้มครองก็อาจถูกตีความแคบกว่าที่ตั้งใจไว้
เลขอ้างอิงในรูปเขียนสิทธิบัตรคืออะไร?
เลขอ้างอิงคือตัวเลขเล็ก ๆ ที่ชี้ไปยังชิ้นส่วนแต่ละชิ้นในรูป เช่น เลข 10 คือตัวเครื่อง เลข 12 คือเฟือง เลข 14 คือเพลา แล้วในคำบรรยายการประดิษฐ์ก็จะเขียนว่า "เฟือง (12) หมุนรอบเพลา (14)"
พูดง่าย ๆ เลขอ้างอิงทำหน้าที่เหมือนป้ายชื่อ ที่ทำให้คนอ่านรู้ทันทีว่าข้อความตรงนี้หมายถึงชิ้นส่วนไหนในรูป
ทำไมรูปเขียนที่ไม่มีเลขอ้างอิงถึงเป็นปัญหา?
1. คนอ่านต้องเดาเอง
ลองนึกภาพเครื่องจักรที่มีเฟืองหลายตัวและเพลาหลายเส้น ถ้าคำบรรยายเขียนว่า "เฟืองตัวที่สองขับเพลาด้านล่าง" แต่ในรูปไม่มีตัวเลขกำกับ ผู้อ่านจะไม่แน่ใจว่า "ตัวที่สอง" คือตัวไหน นับจากซ้ายหรือขวา ยิ่งการประดิษฐ์ซับซ้อน ความสับสนก็ยิ่งมาก
2. ผู้ตรวจสอบอาจสั่งให้แก้ไข
กฎหมายสิทธิบัตรกำหนดให้คำขอต้องเปิดเผยการประดิษฐ์อย่างชัดเจนและครบถ้วน จนผู้ที่มีความรู้ในสาขานั้นเข้าใจและนำไปทำได้ ถ้ารูปกับคำบรรยายเชื่อมกันไม่ได้ ผู้ตรวจสอบมักออกหนังสือให้แก้ไข ซึ่งหมายถึงเวลาที่เสียไป ค่าใช้จ่ายเพิ่ม และบางครั้งต้องแก้หลายรอบ
3. แก้ทีหลังอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด
การเติมเลขอ้างอิงในภายหลังโดยทั่วไปทำได้ แต่ถ้าระหว่างแก้มีการอธิบายรายละเอียดที่ไม่เคยปรากฏในคำขอเดิม อาจถูกมองว่าเป็นการเพิ่มเนื้อหาใหม่ ซึ่งเกินขอบเขตที่ยื่นไว้ตั้งแต่แรก และอาจไม่ได้รับอนุญาต
4. ขอบเขตความคุ้มครองอาจไม่ชัด
ข้อถือสิทธิคือหัวใจของสิทธิบัตร เพราะเป็นตัวกำหนดว่าคุณได้รับความคุ้มครองแค่ไหน เมื่อเกิดข้อพิพาท ศาลหรือคู่กรณีจะใช้คำบรรยายและรูปเขียนมาช่วยตีความ ถ้ารูปไม่ชัด ฝ่ายตรงข้ามอาจโต้แย้งว่าชิ้นส่วนที่คุณอ้างนั้น "ไม่ได้หมายถึงสิ่งนี้" ทำให้สิทธิ์ที่ควรได้ลดน้อยลง
5. เสียโอกาสยื่นต่างประเทศ
หากวางแผนใช้คำขอไทยเป็นฐานยื่นในประเทศอื่น รูปเขียนที่ไม่ได้มาตรฐานจะต้องปรับแก้อีก และอาจเจอปัญหาเรื่องความสอดคล้องกับคำขอเดิมด้วย
รูปเขียนสิทธิบัตรที่ดีควรเป็นอย่างไร?
-ทุกชิ้นส่วนสำคัญมีเลขกำกับ โดยเฉพาะชิ้นที่ถูกพูดถึงในคำบรรยายหรือข้อถือสิทธิ
-ใช้เลขเดิมกับชิ้นเดิมทุกรูป ถ้าเฟืองคือเลข 12 ในรูปที่ 1 ก็ต้องเป็นเลข 12 ในรูปที่ 2 และ 3 ด้วย
-หนึ่งเลขต่อหนึ่งชิ้นส่วน ไม่ใช้เลขเดียวชี้หลายสิ่ง
-เลขในรูปต้องตรงกับคำบรรยาย ทุกเลขที่อยู่ในรูปควรถูกอธิบายในเอกสาร และทุกเลขที่อยู่ในเอกสารควรปรากฏในรูป
-เส้นชี้ชัดเจน ลากจากตัวเลขไปที่ชิ้นส่วนโดยไม่ทับเส้นอื่นจนสับสน
-มีคำอธิบายรูปเขียนโดยย่อ บอกว่ารูปแต่ละรูปแสดงมุมไหน เช่น ภาพด้านหน้า ภาพตัดขวาง
ตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นภาพ
แบบไม่มีเลขอ้างอิง: "ตัวยึดด้านบนเชื่อมกับแกนกลาง และสปริงอยู่ระหว่างแผ่นทั้งสอง"
แบบมีเลขอ้างอิง: "ตัวยึด (20) เชื่อมกับแกนกลาง (22) และสปริง (24) อยู่ระหว่างแผ่นบน (26) กับแผ่นล่าง (28)"
แบบที่สองอ่านแล้วดูรูปตามได้ทันที ไม่ต้องเดา และไม่เปิดช่องให้ตีความผิด
สรุป
เลขอ้างอิงในรูปเขียนอาจดูเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่มีผลใหญ่ต่อความชัดเจนของคำขอ ความเร็วในการได้รับจดทะเบียน และความแข็งแรงของสิทธิ์เมื่อต้องปกป้องผลงาน การลงทุนทำรูปเขียนให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจึงคุ้มกว่าการตามแก้ทีหลังเสมอ
หากไม่แน่ใจว่ารูปเขียนของคุณครบถ้วนพอหรือยัง การให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจก่อนยื่นจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
ปรึกษาทีมงาน PatentThai พร้อมให้คำปรึกษา
📞 โทร 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai