ย้อนกลับไปหน้าบทความทั้งหมด
เครื่องหมายการค้า 19 Sep 2026

จดแบรนด์ในชื่อบุคคลหรือชื่อบริษัท ต่างกันตรงไหน?

ทีมที่ปรึกษา PatentThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย IP
จดแบรนด์ในชื่อบุคคลหรือชื่อบริษัท ต่างกันตรงไหน?

จดแบรนด์ในชื่อบุคคลหรือชื่อบริษัท ต่างกันตรงไหน? เลือกแบบไหนดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

คำตอบสั้น ๆ: ความต่างอยู่ที่ "ใครเป็นเจ้าของแบรนด์ตามกฎหมาย" ถ้าจดในชื่อบุคคล แบรนด์เป็นทรัพย์สินของคุณเอง แม้จะเลิกบริษัทหรือเปลี่ยนหุ้นส่วน แบรนด์ก็ยังอยู่กับคุณ ส่วนถ้าจดในชื่อบริษัท แบรนด์เป็นทรัพย์สินของบริษัท ซื้อขายกิจการหรือระดมทุนได้ง่ายกว่า แต่ถ้าบริษัทมีปัญหา แบรนด์ก็ไปพร้อมกับบริษัท

หลายคนเริ่มทำธุรกิจแล้วรีบยื่นจดเครื่องหมายการค้าโดยไม่ได้คิดเรื่องนี้ จนวันหนึ่งมีปัญหากับหุ้นส่วน หรืออยากขายกิจการ ถึงได้รู้ว่า "แบรนด์ที่ปั้นมา ไม่ได้เป็นของเราอย่างที่คิด" บทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถูกตั้งแต่แรก

จดแบรนด์ในชื่อบุคคล คืออะไร

คือการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยใช้ชื่อของคุณเอง (หรือชื่อบุคคลหลายคนร่วมกัน) เป็นเจ้าของ ไม่ว่าคุณจะขายของออนไลน์คนเดียว หรือมีบริษัทอยู่แล้วก็ตาม

ข้อดีของการจดในชื่อบุคคล

-แบรนด์เป็นของคุณ 100% ถ้าวันหนึ่งปิดบริษัท เปลี่ยนหุ้นส่วน หรือแยกทางกัน แบรนด์ก็ยังอยู่กับคุณ
-เหมาะกับธุรกิจเริ่มต้น แม่ค้าออนไลน์ ฟรีแลนซ์ หรือคนที่ยังไม่ได้ตั้งบริษัท ก็จดได้เลย
-ต่อยอดได้หลายทาง คุณสามารถอนุญาตให้บริษัทของตัวเอง หรือบริษัทอื่น ใช้แบรนด์ได้ โดยทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (License) และรับค่าตอบแทนเป็นค่าสิทธิ

ข้อควรระวัง

-ถ้าเจ้าของเสียชีวิต แบรนด์จะกลายเป็นมรดก ต้องผ่านขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจสะดุด
-ถ้าจดชื่อร่วมกันหลายคนแล้วทะเลาะกัน การตัดสินใจเรื่องแบรนด์จะยุ่งยาก
-นักลงทุนหรือผู้ซื้อกิจการบางราย อาจไม่สบายใจถ้าแบรนด์ไม่ได้อยู่ในชื่อบริษัท

จดแบรนด์ในชื่อบริษัท คืออะไร

คือการให้นิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วน เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า แบรนด์จะถูกนับเป็นทรัพย์สินของบริษัท

ข้อดีของการจดในชื่อบริษัท

-ดูน่าเชื่อถือ เวลาทำสัญญากับคู่ค้า ห้างสรรพสินค้า หรือแพลตฟอร์มขายของ ชื่อเจ้าของแบรนด์ตรงกับชื่อบริษัท เอกสารชัดเจน
-ขายกิจการหรือระดมทุนง่าย แบรนด์เป็นทรัพย์สินของบริษัท เวลาประเมินมูลค่าหรือขายหุ้น แบรนด์ก็ไปด้วยกันทั้งก้อน
-ไม่ผูกกับตัวบุคคล เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นเปลี่ยนไป แบรนด์ก็ยังอยู่กับบริษัท ธุรกิจเดินต่อได้

ข้อควรระวัง

-ถ้าบริษัทมีหนี้สินหรือถูกฟ้องล้มละลาย แบรนด์อาจถูกนำไปชำระหนี้ได้ เพราะเป็นทรัพย์สินของบริษัท
-ถ้าคุณเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อย แล้วแยกทางกับหุ้นส่วน คุณอาจเสียแบรนด์ที่ตัวเองสร้างมา
-ถ้าจะเลิกบริษัท ต้องจัดการโอนแบรนด์ออกมาให้เรียบร้อยก่อน ไม่อย่างนั้นอาจมีปัญหาตามมา

แล้วควรเลือกแบบไหนดี

ไม่มีแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน ให้ลองถามตัวเองตามนี้

ควรจดในชื่อบุคคล ถ้า...

-คุณทำธุรกิจคนเดียว หรือยังไม่ได้ตั้งบริษัท
-แบรนด์ผูกกับตัวคุณ เช่น ชื่อเชฟ ชื่อดีไซเนอร์ หรือ Personal Brand
-คุณมีหุ้นส่วน และอยากให้แบรนด์ยังเป็นของคุณ แม้จะแยกทางกัน

ควรจดในชื่อบริษัท ถ้า...

-คุณวางแผนระดมทุน ขายกิจการ หรือเข้าตลาดหลักทรัพย์
-ธุรกิจมีหุ้นส่วนหลายคนที่ลงแรงลงเงินสร้างแบรนด์ร่วมกัน
-คุณต้องการให้ธุรกิจเดินต่อได้ ไม่ว่าใครจะเข้าหรือออก

ทางเลือกที่ธุรกิจหลายแห่งใช้: จดแบรนด์ในชื่อเจ้าของ แล้วทำสัญญาอนุญาตให้บริษัทใช้ วิธีนี้ช่วยปกป้องแบรนด์ไว้กับเจ้าของ และยังวางโครงสร้างภาษีได้ แต่ต้องทำสัญญาให้ถูกต้องและมีเหตุผลทางธุรกิจรองรับ

จดผิดชื่อไปแล้ว แก้ได้ไหม

แก้ได้ โดยการ โอนสิทธิในเครื่องหมายการค้า จากบุคคลไปบริษัท หรือจากบริษัทมาเป็นบุคคล ทั้งนี้การโอนต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการโอนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงจะมีผลตามกฎหมาย อาจมีค่าธรรมเนียมและภาระภาษีที่ต้องพิจารณา จึงควรเลือกให้ถูกตั้งแต่ตอนยื่นคำขอจะประหยัดกว่า

สรุป

การเลือกจดแบรนด์ในชื่อบุคคลหรือชื่อบริษัท ไม่ใช่แค่เรื่องกรอกชื่อในแบบฟอร์ม แต่เป็นการตัดสินใจว่า "ใครจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของธุรกิจ" ถ้าเน้นความเป็นเจ้าของส่วนตัว เลือกชื่อบุคคล ถ้าเน้นการเติบโต ระดมทุน หรือขายกิจการ เลือกชื่อบริษัท

หากยังไม่แน่ใจว่าแบบไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณ ปรึกษาทีมงาน PATENTTHAI ได้ เราช่วยวางแผนการจดเครื่องหมายการค้าให้ตรงกับเป้าหมายธุรกิจ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่แบรนด์เติบโต

ปรึกษาทีมงาน PatentThai พร้อมให้คำปรึกษา
📞 โทร 085-498-2997
💬 LINE: @patentthai

 

บทความนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณหรือไม่? ปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความฟรี