เอาของที่มีสิทธิบัตรอยู่แล้วมาปรับปรุงให้ดีขึ้น แล้วจดสิทธิบัตรในส่วนที่เราพัฒนาเพิ่มได้ไหม?
คำตอบคือ “อาจจดได้ครับ”
แต่ต้องแยกให้ออกระหว่าง **สิทธิในส่วนที่พัฒนาเพิ่ม** กับ **สิทธิใช้เทคโนโลยีต้นทาง** เพราะสองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
หลายคนพัฒนาสินค้าต่อจากเทคโนโลยีเดิมจนมีประสิทธิภาพดีขึ้น แล้วเข้าใจว่าเมื่อส่วนปรับปรุงของตนผ่านการจด ก็ผลิตและขายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้ทันที ความเข้าใจนี้อาจสร้างความเสี่ยงก่อนลงทุนจริงครับ
วันนี้ ผมสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ
ส่วนที่พัฒนาเพิ่ม “อาจ” ขอสิทธิบัตรได้
การปรับปรุงไม่ได้ถูกตัดสิทธิเพียงเพราะมีสิ่งประดิษฐ์เดิมอยู่ก่อน แต่ส่วนที่ขอใหม่ยังต้องผ่านเงื่อนไขตามกฎหมาย เช่น
1. มีความใหม่เมื่อเทียบกับงานที่เปิดเผยแล้ว
2. มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่ผู้มีความชำนาญเห็นได้โดยง่าย
3. สามารถประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรมได้
ข้อถือสิทธิจึงควรชี้ให้ชัดว่า “สาระใหม่ที่เพิ่มขึ้น” อยู่ตรงไหน ไม่ใช่ขอครอบคลุมสิ่งที่เป็นของเดิมทั้งหมด
แต่จดส่วนปรับปรุงได้ ไม่ได้แปลว่าใช้ของเดิมได้อัตโนมัติ
มาตรา 36 ให้ผู้ทรงสิทธิบัตรเดิมมีสิทธิแต่ผู้เดียวในขอบเขตที่ข้อถือสิทธิคุ้มครอง หากสินค้าต่อยอดของคุณยังต้องใช้ทุกองค์ประกอบสำคัญตามข้อถือสิทธิเดิม การผลิต ใช้ หรือขายสินค้านั้นอาจยังติดสิทธิของเจ้าของสิทธิบัตรเดิม แม้คุณจะมีสิทธิบัตรส่วนปรับปรุงของตัวเองแล้วก็ตาม
กฎหมายมาตรา 47 ยังกล่าวถึงกรณีที่การใช้สิทธิตามสิทธิบัตรหนึ่งอาจละเมิดข้อถือสิทธิของอีกสิทธิบัตรหนึ่ง จึงมีแนวคิดที่เรียกว่า “สิทธิบัตรพึ่งพา” ครับ
ตัวอย่างให้เห็นภาพ
สมมติ A มีสิทธิบัตรเครื่องกรองน้ำที่ประกอบด้วยระบบ X + Y + Z ต่อมา B เพิ่มระบบ Q ที่ช่วยประหยัดพลังงานและส่วน Q ผ่านเงื่อนไขจนจดสิทธิบัตรได้
B อาจห้ามคนอื่นนำส่วน Q ไปใช้ตามขอบเขตสิทธิของ B แต่ถ้าสินค้าของ B ยังใช้ X + Y + Z ที่อยู่ในขอบเขตสิทธิของ A การผลิตขายก็อาจต้องได้รับอนุญาตจาก A ก่อน ขณะเดียวกัน A ก็ไม่ควรนำ Q ของ B ไปใช้โดยไม่ได้พิจารณาสิทธิของ B เช่นกัน
ก่อนลงทุนผลิต ควรตรวจ 4 เรื่อง
1. ค้นสิทธิบัตรและคำขอที่เกี่ยวข้อง
2. อ่าน “ข้อถือสิทธิ” ไม่ใช่ดูเฉพาะชื่อหรือภาพ
3. แยกองค์ประกอบเดิมกับส่วนที่พัฒนาเพิ่ม
4. ตรวจเสรีภาพในการดำเนินธุรกิจ และพิจารณาการขออนุญาตใช้สิทธิหรือทำข้อตกลงเมื่อจำเป็น
จำง่าย ๆ ครับ: “จดสิ่งที่พัฒนาเพิ่มได้” ไม่เท่ากับ “ใช้สิ่งเดิมของคนอื่นได้ทันที”
หากคุณกำลังพัฒนาสินค้าต่อยอดจากเทคโนโลยีเดิม และยังไม่แน่ใจว่าควรคุ้มครองส่วนไหนหรือมีความเสี่ยงติดสิทธิใคร
ปรึกษา PATENTTHAI เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลและวางแนวทางที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ครับ
LINE: @patentthai
Facebook: PATENTTHAI
Tel: 085-498-2997
*ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป ผลทางกฎหมายขึ้นกับข้อถือสิทธิ สถานะสิทธิบัตร ข้อเท็จจริง และข้อยกเว้นของแต่ละกรณี
#สิทธิบัตร #สิทธิบัตรต่อยอด #นักประดิษฐ์ #นวัตกรรม #FreedomToOperate #ธุรกิจSME #ทรัพย์สินทางปัญญา #PATENTTHAI