แปลบทความต่างประเทศเป็นภาษาไทยเอง แล้วถือว่าเป็น “ผลงานใหม่ของเรา” ได้เลยไหม?
หลายคนทำเพจหรือทำเว็บไซต์เห็นบทความต่างประเทศน่าสนใจ จึงนำมาแปล เรียบเรียงใหม่ ใส่ภาพ และให้เครดิตเจ้าของต้นฉบับ
แล้วคิดว่าเมื่อเปลี่ยนภาษาแล้ว เนื้อหาชิ้นนั้นก็น่าจะเป็นของเราใช่ไหมครับ?
คำตอบคือ ยังสรุปแบบนั้นไม่ได้
วันนี้ ผมสรุปเรื่องงานแปลให้เข้าใจง่าย ๆ ครับ
การแปลเกี่ยวข้องกับสิทธิในต้นฉบับ
หากบทความต้นฉบับยังมีลิขสิทธิ์และได้รับความคุ้มครอง การนำมาแปลเป็นอีกภาษาอาจเข้าลักษณะการดัดแปลงงาน ซึ่งเป็นสิทธิที่ต้องพิจารณาการอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เดิม
ดังนั้น แม้คุณจะลงมือแปลทุกคำด้วยตัวเอง ก็ไม่ได้ทำให้สิทธิในต้นฉบับหายไปโดยอัตโนมัติครับ
ถ้าได้รับอนุญาตแล้ว งานแปลเป็นของใคร?
ข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า เมื่อได้รับอนุญาตให้ดัดแปลงงาน ผู้ได้รับอนุญาตอาจมีลิขสิทธิ์ในงานที่ดัดแปลงขึ้น แต่สิทธินั้นต้องไม่กระทบสิทธิที่ยังมีอยู่ในผลงานต้นฉบับ
พูดง่าย ๆ คือ งานแปลอาจมีส่วนสร้างสรรค์ของผู้แปล แต่ไม่ได้ลบความเป็นเจ้าของของผู้สร้างบทความเดิมครับ
ให้เครดิตแล้ว ใช้ได้เลยหรือไม่?
การระบุชื่อผู้เขียนและแหล่งที่มาเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่การให้เครดิตอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เราได้รับสิทธิแปล เผยแพร่ หรือใช้เชิงพาณิชย์โดยอัตโนมัติ
ก่อนนำบทความไปใช้ ควรตรวจให้ชัดว่าเจ้าของกำหนดเงื่อนไขไว้อย่างไร
เช็กลิสต์ก่อนแปลบทความมาโพสต์
1. ต้นฉบับยังอยู่ภายใต้การคุ้มครองลิขสิทธิ์หรือไม่
2. เว็บไซต์มีเงื่อนไขการใช้งานหรือใบอนุญาตแบบใด
3. อนุญาตให้แปล ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อหรือไม่
4. ใช้เพื่อให้ความรู้ทั่วไปหรือใช้สร้างรายได้และโฆษณาธุรกิจ
5. ต้องขออนุญาตเป็นหนังสือและกำหนดขอบเขตการใช้หรือไม่
6. มีข้อยกเว้นตามกฎหมายที่ใช้กับข้อเท็จจริงนั้นจริงหรือไม่
เปลี่ยนภาษา ไม่ได้แปลว่าเปลี่ยนเจ้าของสิทธิครับ ก่อนนำบทความของผู้อื่นมาใช้ ควรตรวจทั้งสถานะของต้นฉบับ ขอบเขตการอนุญาต และวิธีที่เราจะเผยแพร่
หากคุณกำลังจะนำบทความต่างประเทศมาแปลเผยแพร่ หรือยังไม่แน่ใจว่างานแปลของคุณเกี่ยวข้องกับสิทธิของใครบ้าง
ปรึกษา PATENTTHAI เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลและวางแนวทางที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ครับ
*เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป การพิจารณาต้องดูข้อเท็จจริง เงื่อนไขใบอนุญาต และข้อยกเว้นตามกฎหมายของแต่ละกรณี