ยื่นคำขอสิทธิบัตรแล้ว อย่าคิดว่ากระบวนการจะเดินต่อจนจบโดยอัตโนมัติ!
หลายคนตั้งใจเตรียมรายละเอียดการประดิษฐ์ ยื่นเอกสาร และติดตามจนคำขอได้รับการประกาศโฆษณา แล้วเข้าใจว่าขั้นตอนที่เหลือเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด
แต่สำหรับ “สิทธิบัตรการประดิษฐ์” ยังมีอีกขั้นตอนสำคัญที่ผู้ขอต้องดำเนินการเอง คือ การยื่นคำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์
วันนี้ ผมสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ครับ
ทำไมต้องขอตรวจสอบการประดิษฐ์?
การยื่นคำขอครั้งแรกกับการขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์เป็นคนละขั้นตอนกัน
หลังคำขอได้รับการประกาศโฆษณา ผู้ขอต้องยื่นคำขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเนื้อหาสาระของการประดิษฐ์ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจค้นเอกสารและพิจารณาว่าการประดิษฐ์เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายหรือไม่
1. ตรวจว่าการประดิษฐ์มีความใหม่หรือไม่
2. พิจารณาขั้นการประดิษฐ์
3. พิจารณาว่าสามารถประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรมได้หรือไม่
4. ตรวจรายละเอียดและข้อถือสิทธิตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
เส้นตายที่ต้องจำ
สำหรับคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ผู้ขอต้องยื่นคำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันประกาศโฆษณาคำขอ
หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด กฎหมายให้ถือว่าผู้ขอละทิ้งคำขอ ซึ่งหมายความว่าคำขอนั้นจะไม่เดินเข้าสู่การตรวจสอบเนื้อหาสาระต่อไป
จุดที่หลายคนพลาด
1. จำวันยื่นคำขอได้ แต่ไม่ได้จดวันประกาศโฆษณา
2. คิดว่าชำระค่าประกาศโฆษณาแล้ว กระบวนการจะเดินต่อเอง
3. เปลี่ยนที่อยู่หรือผู้ประสานงาน แล้วพลาดหนังสือแจ้ง
4. มีคำขอหลายฉบับ แต่ไม่มีระบบติดตามกำหนดเวลาแยกแต่ละคำขอ
ก่อนรอผล ควรตรวจอะไรบ้าง?
1. ตรวจสถานะและวันประกาศโฆษณาของคำขอ
2. บันทึกกำหนดเวลาสำคัญจากเอกสารของแต่ละคำขอ
3. เตรียมแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้อง
4. ตรวจว่ามีกรณีคัดค้าน อุทธรณ์ หรือเงื่อนไขเฉพาะที่กระทบกำหนดเวลาหรือไม่
จำง่าย ๆ ว่า “ยื่นคำขอ” ยังไม่เท่ากับ “ขอให้ตรวจสอบ” และการขอให้ตรวจสอบก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิบัตรโดยอัตโนมัติ ทุกคำขอยังต้องผ่านการพิจารณาตามกฎหมายครับ
หากคุณยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ไว้แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าตอนนี้อยู่ขั้นตอนไหน หรือใกล้ถึงกำหนดยื่นขอให้ตรวจสอบหรือยัง
ปรึกษา PATENTTHAI เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลและวางแนวทางที่เหมาะสมกับคำขอของคุณได้ครับ
*เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป กำหนดเวลาและแนวทางดำเนินการอาจขึ้นอยู่กับสถานะและข้อเท็จจริงของแต่ละคำขอ ควรตรวจสอบเอกสารและข้อมูลล่าสุดกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา