เห็นข่าวกำลังดัง แล้วอยากสรุปลงเพจ พร้อมนำภาพข่าวมาใช้ แบบนี้ทำได้เลยไหม?
หลายเพจเข้าใจว่า “ข่าวเป็นเรื่องสาธารณะ” หรือถ้าใส่เครดิตเจ้าของภาพแล้ว ก็น่าจะนำบทความและภาพข่าวมาโพสต์ต่อได้
แต่จริง ๆ แล้ว ต้องแยกให้ออกก่อนครับว่า อะไรคือข้อเท็จจริง และอะไรคือผลงานที่มีลิขสิทธิ์
วันนี้ ผมสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ
ข้อเท็จจริงของข่าว
ข่าวประจำวันและข้อเท็จจริงที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร เช่น ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อาจไม่ใช่งานอันมีลิขสิทธิ์ คุณจึงสามารถนำข้อเท็จจริงเหล่านั้นมาเรียบเรียงและเล่าด้วยภาษาของตนเองได้
แต่ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และไม่คัดลอกสำนวนหรือโครงเรื่องของต้นฉบับมาทั้งหมด
บทความ ภาพถ่าย กราฟิก และคลิปข่าว
สิ่งเหล่านี้อาจเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่ได้รับความคุ้มครอง เช่น
1. ถ้อยคำและสำนวนที่ผู้เขียนเรียบเรียง
2. ภาพถ่ายของช่างภาพหรือสำนักข่าว
3. อินโฟกราฟิกและภาพประกอบ
4. คลิปวิดีโอ เสียงบรรยาย หรือการตัดต่อ
การที่เหตุการณ์ในภาพเป็นข่าว ไม่ได้ทำให้ไฟล์ภาพหรือคลิปนั้นกลายเป็นของสาธารณะที่ทุกคนดาวน์โหลดไปใช้ได้ทันที
ใส่เครดิตแล้ว ใช้ได้เลยหรือไม่?
ยังสรุปแบบนั้นไม่ได้ครับ
การอ้างอิงเจ้าของผลงานเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่ได้แทนการขออนุญาตในทุกกรณี การนำงานบางตอนมาใช้โดยอ้างอิงอาจต้องพิจารณาด้วยว่า
1. ใช้เท่าที่จำเป็นและสมควรหรือไม่
2. จุดประสงค์ของการใช้คืออะไร
3. ใช้ส่วนสำคัญหรือใช้เกือบทั้งงานหรือไม่
4. กระทบการแสวงหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของสิทธิหรือไม่
5. กระทบสิทธิของเจ้าของเกินสมควรหรือไม่
หากนำภาพข่าวทั้งภาพมาใช้เป็นภาพหลักของโพสต์ธุรกิจ หรือคัดลอกบทความจำนวนมาก แม้จะใส่เครดิต ก็ยังอาจมีความเสี่ยงและควรตรวจสิทธิหรือขออนุญาตก่อน
1. วิธีลดความเสี่ยงสำหรับเพจธุรกิจ
2. อ่านข่าวจากหลายแหล่ง แล้วเขียนสรุปด้วยภาษาของคุณเอง
3. ใช้ภาพที่ถ่ายหรือออกแบบเอง
4. เลือกภาพที่มีใบอนุญาตชัดเจนและทำตามเงื่อนไข
5. หากต้องใช้ภาพหรือคลิปต้นฉบับ ให้ขออนุญาตเจ้าของสิทธิ
6. เก็บหลักฐานการอนุญาตและเงื่อนไขการใช้งานไว้
จำง่าย ๆ: “เล่าข้อเท็จจริงของข่าว” ไม่ใช่เรื่องเดียวกับ “นำบทความหรือภาพข่าวของคนอื่นมาใช้” และการให้เครดิตเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำอนุญาตอัตโนมัติ
หากคุณกำลังทำคอนเทนต์ข่าวหรือใช้ภาพจากแหล่งอื่นในเพจธุรกิจ และยังไม่แน่ใจว่าควรขออนุญาตหรือใช้งานได้แค่ไหน
ปรึกษา PATENTTHAI เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลและวางแนวทางที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ครับ
*เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป การพิจารณาข้อยกเว้นลิขสิทธิ์ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ปริมาณงานที่ใช้ ผลกระทบ และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี